สถาบันสอนทำขนมปังครูออม

สถาบันสอนทำขนมปังครูออม เป็นสถาปนิก ที่ชอบทำขนมไทยและเบเกอรี่เป็นชีวิตจิตใจ

สถาปนิกที่ชอบทำขนมปังเป็นชีวิต สู่คอร์สเรียนออนไลน์ ขนมปังซาวโดว์ และขนมปังสไตล์ญี่ปุ่น ด้วยอุปกรณ์พื้นฐานง่าย ๆ
แชร์เคล็ดลับและเทคนิคการทำขนมปัง ด้วยสไตล์เรียบง่าย
ไม่ชอบไทยคำ อังกฤษคำ ทำให้เรื่องขนมปัง เป็นเรื่องใกล้ตัว
ไม่มั่ว แต่ไม่ชอบยุ่งเยอะ

🥖✨ ดู Bulk Fermentation จาก “โด” อย่างไร โดยไม่ต้องยึดติดกับเวลา?หลายคนทำซาวร์โดแล้วถามว่า“ครูคะ ต้องหมัก Bulk กี่ชั่วโม...
20/08/2026

🥖✨ ดู Bulk Fermentation จาก “โด” อย่างไร โดยไม่ต้องยึดติดกับเวลา?

หลายคนทำซาวร์โดแล้วถามว่า
“ครูคะ ต้องหมัก Bulk กี่ชั่วโมงถึงจะได้ที่?”

จริง ๆ แล้ว ไม่มีเวลาตายตัวค่ะ ❌⏰
เพราะ Bulk Fermentation ขึ้นอยู่กับ อุณหภูมิ + ความแข็งแรงของ Starter + Hydration + แป้ง + ปริมาณ Starter และปัจจัยอื่น ๆ

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ…

👉 ให้ดู “การเปลี่ยนแปลงของโด” มากกว่าดูนาฬิกา

🔍 5 จุดสังเกตว่า Bulk ใกล้ได้ที่แล้ว

1️⃣ โดมีปริมาตรเพิ่มขึ้น ไม่จำเป็นต้องรอให้โดเพิ่มเป็น 2 เท่าเสมอไป
โดยทั่วไปซาวร์โดอาจพร้อมเมื่อเพิ่มขึ้นประมาณ 30–70% ขึ้นอยู่กับสูตรและอุณหภูมิ

2️⃣ ผิวโดดูพองและมีแรงดัน เมื่อมองด้านข้างจะเห็นว่าโดมีความนูนและดูมีชีวิต ไม่แบนราบเหมือนตอนเริ่มหมัก

3️⃣ มีฟองอากาศ สังเกตบริเวณด้านข้างและด้านล่างของภาชนะ
ถ้าเริ่มเห็นฟองอากาศกระจายตัว แสดงว่าการหมักกำลังเดินหน้า

4️⃣ โดมีความยืดหยุ่นและเด้งกลับ เมื่อเขย่าภาชนะเบา ๆ โดจะมีลักษณะ สั่นดึ๋ง ๆ (jiggly) และยังคงรูปได้พอสมควร

5️⃣ โดเริ่มมีโครงสร้าง โดจะไม่เหลวแผ่เหมือนตอนเริ่มต้น แต่สามารถพยุงตัวเองได้ดีขึ้น

เมื่อคว่ำออกจากภาชนะ โดควรยังมีแรงและไม่ไหลเป็นน้ำทันที

⚠️ แล้วถ้าดู “เวลา” อย่างเดียวจะเกิดอะไรขึ้น?

สมมติสูตรเดียวกัน

🌡️ ห้อง 25°C → หมัก 5 ชั่วโมงอาจยังไม่พอ

🌡️ ห้อง 30°C → 5 ชั่วโมงอาจเกินไปแล้ว

ดังนั้น “หมัก 5 ชั่วโมง” ไม่ได้แปลว่าโดจะพร้อมเหมือนกันทุกวัน
โดยเฉพาะบ้านเราอากาศร้อนมาก

อุณหภูมิเปลี่ยนเพียงไม่กี่องศา ก็สามารถทำให้ความเร็วในการหมักแตกต่างกันได้อย่างชัดเจน

💡 จำง่าย ๆ

อย่าถามแค่ว่า “หมักมากี่ชั่วโมง?”

ให้ถามว่า…

👉 โดเพิ่มขึ้นกี่ %?

👉 มีฟองอากาศหรือยัง?

👉 โดพองและมีแรงหรือยัง?

👉 โดเด้งและสั่น Jiggly หรือไม่?

👉 โครงสร้างยังแข็งแรงอยู่ไหม?

เพราะ Bulk Fermentation ที่ดี ไม่ได้จบเมื่อครบเวลา แต่จบเมื่อ “โดพร้อม” ❤️🥖

📌 เซฟโพสต์นี้ไว้เช็กโดครั้งต่อไปนะคะ

#ซาวร์โด #ขนมปังซาวร์โด #สอนทำซาวร์โด #มือใหม่หัดทำซาวร์โด #ทำขนมปัง

🍞   มีผลกับขนมปังซาวร์โดมากกว่าที่คิด! 💧เคยสงสัยไหมคะว่า…ทำไมบางสูตรโดจับง่าย ขึ้นรูปง่าย แต่บางสูตรโดเหลวมากจนแทบจับไม่...
19/08/2026

🍞 มีผลกับขนมปังซาวร์โดมากกว่าที่คิด! 💧

เคยสงสัยไหมคะว่า…

ทำไมบางสูตรโดจับง่าย ขึ้นรูปง่าย แต่บางสูตรโดเหลวมากจนแทบจับไม่ได้?

คำตอบหนึ่งที่สำคัญคือ Hydration (%) หรือ “เปอร์เซ็นต์น้ำเมื่อเทียบกับน้ำหนักแป้ง”

📌 สูตรคำนวณง่าย ๆ

Hydration (%) = น้ำหนักน้ำ ÷ น้ำหนักแป้ง × 100

ตัวอย่าง

แป้ง 500 กรัม + น้ำ 350 กรัม

= 350 ÷ 500 × 100

= 70% Hydration

💧 แล้วแต่ละระดับต่างกันอย่างไร?

🔸 40–50% | Hydration ต่ำมาก
โดค่อนข้างแข็ง แน่น จับง่าย ขึ้นรูปง่าย
เหมาะกับขนมปังที่ต้องการโครงสร้างแน่นและควบคุมรูปทรงได้ดี

🔸 50–60% | Hydration ต่ำ
โดนุ่มขึ้น แต่ยังจับง่าย ไม่ค่อยเหนียวติดมือ
เหมาะสำหรับมือใหม่ และสูตรขนมปังที่ต้องการเนื้อค่อนข้างแน่น

🔸 60–70% | Hydration ปานกลาง ⭐
เป็นช่วงที่ค่อนข้างสมดุล
โดมีความยืดหยุ่น จับและพับได้ง่ายกว่า Hydration สูง
เหมาะสำหรับซาวร์โดทั่วไป และเป็นช่วงที่ดีสำหรับเริ่มฝึก

🔸 70–80% | Hydration สูง
โดจะนุ่มและเหลวขึ้น ติดมือมากขึ้น
แต่มีโอกาสได้ เนื้อขนมปังเบา ฟู และมีโพรงอากาศสวย
ต้องอาศัยเทคนิคการพับ การขึ้นรูป และการควบคุมการหมัก

🔸 80–100%+ | Hydration สูงมาก
โดเหลวและจัดการยากมาก
ต้องใช้เทคนิคสูง เช่น Coil Fold และต้องควบคุมการหมักอย่างแม่นยำ
แต่ถ้าทำได้ดี สามารถให้เนื้อสัมผัสที่ชุ่มฉ่ำและโพรงอากาศโดดเด่นมาก

⚠️ แต่มีเรื่องสำคัญที่อยากให้จำไว้

Hydration สูง ไม่ได้แปลว่าขนมปังจะดีกว่าเสมอไป

เพราะความรู้สึกของโดไม่ได้ขึ้นอยู่กับน้ำอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับ

• ชนิดและความแข็งแรงของแป้ง

• ปริมาณโฮลวีทหรือธัญพืช

• อุณหภูมิของโด

• ระยะเวลาหมัก

• ความแข็งแรงของสตาร์ทเตอร์

• การพัฒนา Gluten

• เทคนิคการพับและขึ้นรูป

ดังนั้น สูตรเดียวกันที่ 70% Hydration
อาจรู้สึกแตกต่างกันมากเมื่อเปลี่ยนชนิดแป้งหรืออุณหภูมิค่ะ

💡 สำหรับมือใหม่

ถ้ายังควบคุมโดไม่ได้ แนะนำให้เริ่มประมาณ 65–70% Hydration ก่อน

ฝึกให้รู้จักว่า

“โดที่แข็งแรงควรเป็นอย่างไร”

“โดที่หมักพอดีควรเป็นอย่างไร”

และ “เมื่อไหร่ควรหยุดพับ”

เมื่อเริ่มควบคุมโดได้แล้ว ค่อยเพิ่ม Hydration ทีละ 2–5%

เพราะการทำซาวร์โดให้เก่ง

ไม่ใช่การทำ Hydration ให้สูงที่สุด

แต่คือ การรู้ว่า Hydration ระดับไหนเหมาะกับแป้ง เทคนิค และสภาพอากาศของเรา 🍞❤️

📌 เซฟโพสต์นี้ไว้ดูตอนคำนวณสูตรนะคะ

และถ้าอยากเข้าใจซาวร์โดแบบเจาะลึก ตั้งแต่ Starter → Mixing → Folding → Bulk Fermentation → Shaping → Proofing → Baking

กดติดตามเพจไว้ได้เลยค่ะ ❤️

#ซาวร์โด #ขนมปังซาวร์โด #สอนทำซาวร์โด #เทคนิคซาวร์โด #มือใหม่หัดทำซาวร์โด

โดเหลวเหมือนกัน…แต่สาเหตุไม่เหมือนกัน! 🥖💧 Hydration สูง หรือ ⏰ Bulk Fermentation เกิน?เคยไหมคะ?ตอนผสมใหม่ ๆ โดดูสวยมากแต...
18/08/2026

โดเหลวเหมือนกัน…แต่สาเหตุไม่เหมือนกัน! 🥖

💧 Hydration สูง หรือ ⏰ Bulk Fermentation เกิน?

เคยไหมคะ?

ตอนผสมใหม่ ๆ โดดูสวยมาก
แต่พอหมักไปสักพัก…

โดเหลว แผ่ ไม่จับทรง พับเท่าไหร่ก็ไม่แข็งแรง

หลายคนจะรีบคิดว่า
“น้ำเยอะเกินไปแน่ ๆ”

แต่จริง ๆ แล้ว โดเหลวอาจเกิดจาก Bulk Fermentation เกินก็ได้!

วันนี้มาดูวิธีแยกให้ออกค่ะ 👇

💧 1. ถ้าโดเหลวเพราะ Hydration สูง

ลักษณะที่มักพบคือ

• โดเหลวตั้งแต่ช่วงต้น ๆ
• หลังผสมไม่นานก็รู้สึกว่าโดนิ่มและไหล
• พับแล้วดีขึ้น แต่ไม่นานก็แผ่ออก
• โดมีความเหนียว/ติดมือมาก
• ถ้าใช้แป้งโปรตีนต่ำหรือแป้งไม่แข็งแรง จะเห็นอาการชัดขึ้น
• แต่ กลิ่นและกิจกรรมการหมักยังดูปกติ

👉 จุดสำคัญคือ

โดอาจยังมีโครงสร้างกลูเตนอยู่ เพียงแต่โครงสร้างนั้นต้องรับน้ำในปริมาณมาก

ถ้าเป็นกรณีนี้ การลด Hydration ลงประมาณ 3–5% ในครั้งถัดไป อาจช่วยให้ควบคุมโดง่ายขึ้น

⏰ 2. ถ้าโดเหลวเพราะ Bulk Fermentation เกิน

กรณีนี้ต่างออกไปค่ะ

ช่วงแรกโดอาจแข็งแรงมาก
พับแล้วขึ้นรูปได้ดี

แต่เมื่อหมักไปเรื่อย ๆ…

❌ โดเริ่มแผ่
❌ จากที่เคยตึง กลายเป็นเหนียวและย้วย
❌ พับแล้วไม่สามารถสร้างแรงตึงกลับมาได้
❌ ขึ้นรูปแล้วไม่อยู่ทรง
❌ บางครั้งมีฟองอากาศจำนวนมาก
❌ มีกลิ่นหมักชัดหรือเปรี้ยวมากขึ้น
❌ พอขึ้นรูปแล้วโดคลายตัวเร็วมาก

สาเหตุคือการหมักเดินไปไกลเกินจน โครงสร้างกลูเตนอ่อนแรงและไม่สามารถกักเก็บแก๊สได้ดีเหมือนเดิม

👉 กรณีนี้ เติมแป้งหรือพับเพิ่ม ไม่ใช่วิธีแก้ที่แท้จริง

เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “น้ำเยอะ” อย่างเดียว
แต่อยู่ที่ fermentation ที่เดินไปไกลเกินไป

🔍 วิธีแยกง่าย ๆ

ลองถามตัวเอง 3 ข้อนี้ค่ะ

1️⃣ โดเหลวตั้งแต่ต้นไหม?
ใช่ → สงสัย Hydration สูง / แป้งรับน้ำไม่ไหว
ไม่ใช่ → ไปดูข้อ 2

2️⃣ ตอนแรกโดแข็งแรง แต่พอหมักนานขึ้นกลับเหลวลงไหม?
ใช่ → สงสัย Bulk Fermentation เกิน

3️⃣ พับแล้วไม่สามารถสร้างแรงตึงกลับมาได้ ทั้งที่ช่วงแรกทำได้ดีไหม?
ถ้าใช่ → ต้องสงสัยเรื่อง fermentation มากกว่า hydration

⚠️ แต่มีอีกเรื่องที่ต้องระวัง!

บางครั้งโดเหลวไม่ได้เกิดจาก Hydration สูงหรือ Bulk เกินเพียงอย่างเดียว

แต่อาจเกิดจาก
🔸 แป้งมีกำลังกลูเตนต่ำ
🔸 แป้งโฮลวีท/ไรย์ในสัดส่วนสูง
🔸 Autolyse นานเกินไป
🔸 อุณหภูมิโดสูง
🔸 Starter อ่อนหรือมีความเป็นกรดสูง
🔸 เกลือใส่ช้าหรือสูตรมีปัจจัยอื่นที่ทำให้โครงสร้างโดอ่อน
🔸 Hydration สูงเกินศักยภาพของแป้ง

ดังนั้น อย่าดูแค่ความเหลวของโดอย่างเดียว

ต้องดูว่า

“โดเหลวตั้งแต่เมื่อไหร่ และเปลี่ยนแปลงอย่างไรระหว่างการหมัก”

นี่คือกุญแจสำคัญค่ะ 🔑

🥖 จำง่าย ๆ

Hydration สูง
= “น้ำเยอะ → โดนิ่ม/ไหลตั้งแต่ต้น”

Bulk Fermentation เกิน
= “ตอนแรกแข็งแรง → หมักไปเรื่อย ๆ → โครงสร้างเริ่มพัง → โดเหลวและแผ่”

เพราะฉะนั้น…

❌ อย่าเห็นโดเหลวแล้วรีบลดน้ำ

❌ อย่าเห็นโดเหลวแล้วรีบพับเพิ่ม

✅ ให้ย้อนดู “Timeline ของโด” ก่อน

โดเริ่มเหลวตอนไหน?
อุณหภูมิโดเท่าไหร่?
หมักมาแล้วกี่ชั่วโมง?
Starter ขึ้นถึง Peak หรือยัง?
ช่วงแรกพับแล้วโดแข็งแรงขึ้นหรือไม่?

ตอบคำถามเหล่านี้ได้ เราจะวิเคราะห์สาเหตุได้แม่นขึ้นมากค่ะ ❤️

เดี๋ยวโพสต์ต่อไปจะสอน “ดู Bulk Fermentation จากโดอย่างไร โดยไม่ต้องยึดติดกับเวลา” 🥖✨

#ซาวร์โดว์ #ขนมปังซาวร์โดว์ #ทำขนมปัง #มือใหม่หัดทำขนมปัง

🍞  #โดเหลว  #นวดหรือพับเท่าไหร่ก็ไม่แข็งแรง…แก้ยังไง?ใครทำซาวร์โดแล้วเจอแบบนี้บ้าง? 😭นวดก็แล้ว…Stretch & Fold ก็แล้ว…Coi...
17/08/2026

🍞 #โดเหลว #นวดหรือพับเท่าไหร่ก็ไม่แข็งแรง

…แก้ยังไง?

ใครทำซาวร์โดแล้วเจอแบบนี้บ้าง? 😭

นวดก็แล้ว…

Stretch & Fold ก็แล้ว…

Coil Fold ก็แล้ว…

แต่โดก็ยัง เหลว แผ่ติดมือ ไม่จับตัว และไม่สามารถขึ้นรูปได้

อย่าเพิ่งรีบเติมแป้งนะคะ ❌

เพราะบางครั้ง “โดเหลว” ไม่ได้แปลว่าใส่น้ำเยอะอย่างเดียว

🔍 7 สาเหตุที่พบบ่อย

1️⃣ ใส่น้ำมากเกินความสามารถของแป้ง

แป้งแต่ละชนิดรับน้ำได้ไม่เท่ากัน

ถ้าใช้แป้งที่โปรตีนไม่สูง หรือมีแป้งโฮลวีท/ไรย์ในสัดส่วนมาก โครงสร้างกลูเตนอาจรับน้ำได้จำกัด

👉 วิธีแก้:

ครั้งต่อไปลดน้ำลงก่อนประมาณ 5–10% ของน้ำในสูตร แล้วค่อยเพิ่มกลับทีละน้อยเมื่อรู้ว่าแป้งรับไหว

2️⃣ Gluten ยังพัฒนาไม่พอ

ช่วงแรกโดอาจดูเหลวและเหนียวเป็นเรื่องปกติ

แต่ถ้าผ่านการพับหลายรอบแล้วยัง ไม่มีแรงตึง ไม่จับตัว และขาดง่าย แสดงว่าโครงสร้างยังไม่แข็งแรงพอ

👉 วิธีแก้:

ทำ Stretch & Fold อย่างนุ่มนวลทุกประมาณ 30 นาทีในช่วงต้นของ Bulk Fermentation และสังเกตการเปลี่ยนแปลงของโดมากกว่าจำนวนรอบ

3️⃣ หมักนานเกินไปจน Gluten เริ่มเสื่อม

นี่เป็นสาเหตุที่หลายคนมองข้าม!

ช่วงแรกโดจะค่อย ๆ แข็งแรงและยืดหยุ่นขึ้น
แต่ถ้าหมักนานเกินไป กรดและเอนไซม์ที่เกิดขึ้นระหว่างการหมักสามารถทำให้โครงสร้างโดอ่อนลงได้

สัญญาณที่พบได้คือ

❌ จากเดิมจับตัวดี → กลายเป็นเหลว
❌ โดแผ่ออก
❌ พับแล้วไม่ค่อยอยู่ทรง
❌ มีกลิ่นหมักแรง

👉 วิธีแก้:
อย่ายึดเวลา Bulk Fermentation แบบตายตัว ให้ดูทั้งอุณหภูมิ ปริมาณการเพิ่มขึ้นของโด ฟองอากาศ และความแข็งแรงของโครงสร้าง

4️⃣ อุณหภูมิโดสูงเกินไป 🔥

อากาศร้อนทำให้การหมักเร็วขึ้นมาก

โดยเฉพาะในประเทศไทย อุณหภูมิห้องอาจสูงจนโดเดินเร็วโดยที่เราไม่ทันสังเกต

👉 วิธีแก้:
ควบคุมอุณหภูมิโดให้เหมาะสม และถ้าโดหมักเร็วเกินไป ให้ลดอุณหภูมิหรือปรับสัดส่วน Starter ลง

5️⃣ Starter ยังไม่แข็งแรง

ถ้า Starter ยังไม่พร้อม แต่เอามาทำโด จะทำให้การหมักไม่สม่ำเสมอ และโครงสร้างโดพัฒนาได้ไม่ดี

👉 ก่อนใช้ควรสังเกตว่า Starter
✔️ เพิ่มปริมาตรได้ชัดเจน
✔️ มีฟองอากาศ
✔️ มีกลิ่นหอมเปรี้ยว/นมหมักหรือกลิ่นที่สะอาด
✔️ มีความสามารถในการขึ้นตัวอย่างสม่ำเสมอ

อย่าดูแค่ว่า “มีฟอง” แล้วคิดว่าใช้ได้เสมอค่ะ

6️⃣ พับแรงหรือพับบ่อยเกินไป

หลายคนคิดว่า

“โดไม่แข็งแรง = ต้องพับเพิ่ม”

แต่จริง ๆ แล้วถ้าพับแรงเกินไปหรือรบกวนโดบ่อยเกินไป อาจทำให้โครงสร้างที่กำลังสร้างตัวถูกรบกวนได้

👉 วิธีแก้:
พับอย่างนุ่มนวล ให้เวลาโดพักและสร้างโครงสร้างระหว่างรอบ

7️⃣ แป้งมีคุณสมบัติไม่เหมาะกับสูตร

แม้ใช้สูตรเดียวกัน แต่เปลี่ยนยี่ห้อหรือชนิดแป้ง ผลลัพธ์อาจต่างกันมาก

เพราะแต่ละแป้งมีความสามารถในการดูดซึมน้ำและสร้างกลูเตนแตกต่างกัน

👉 วิธีแก้:
อย่าเปรียบเทียบว่า “สูตรนี้ใช้น้ำ 80% ได้ แล้วของเราต้องได้เหมือนกัน”
ให้ดูว่า แป้งของเรารับน้ำได้เท่าไหร่

🚨 แล้วถ้าโดเหลวอยู่ตรงหน้า ทำยังไง?

อย่าเพิ่งตกใจ และอย่ารีบเติมแป้งจำนวนมาก
ให้ทำตามนี้ 👇

STEP 1
หยุดเติมน้ำและหยุดเพิ่มส่วนผสมอื่นก่อน

STEP 2
พักโด 20–30 นาที แล้วประเมินใหม่

STEP 3
ลองทำ Coil Fold หรือ Stretch & Fold อย่างเบามือ

STEP 4
ดูว่าโดเริ่มจับตัวและมีแรงตึงขึ้นหรือไม่

STEP 5
ถ้าโดเริ่มฟูมาก แผ่ออก และไม่มีแรงตึง อาจเป็นสัญญาณว่า หมักเกิน ไม่ใช่ Gluten ยังไม่พัฒนา

STEP 6
ถ้าโดเสียโครงสร้างจนขึ้นรูปไม่ได้แล้ว การเติมแป้งทีหลังจำนวนมากมักแก้ได้ไม่ดี
ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าคือเปลี่ยนไปทำเป็น Focaccia หรือขนมปังถาด แทน 🍞❤️

💡 จำประโยคนี้ไว้เลยค่ะ

“โดเหลว ไม่ได้แปลว่าต้องเติมแป้ง
และโดไม่แข็งแรง ไม่ได้แปลว่าต้องพับเพิ่มเสมอไป”

ต้องหาสาเหตุก่อนว่าเกิดจาก

น้ำ → แป้ง → Gluten → Starter → อุณหภูมิ → การหมัก → เวลา

เมื่อเราอ่านโดเป็น

ซาวร์โดจะไม่ใช่การทำตามสูตรอย่างเดียว

แต่เราจะสามารถ ปรับสูตรตามสภาพจริงของโดได้ ❤️

📌 เซฟโพสต์นี้ไว้เช็กเวลาเจอโดเหลว
และกดติดตามเพจไว้ค่ะ

ครั้งต่อไปจะมาเจาะลึกว่า
🔥 “ดูยังไงว่าโดเหลวเพราะ Hydration สูง หรือเพราะ Bulk Fermentation เกิน?”

#ซาวร์โด #ขนมปังซาวร์โด #มือใหม่หัดทำขนมปัง #ทำขนมปัง #เทคนิคซาวร์โด #ขนมปังโฮมเมด

🥖 EP.2 | ทำไม “แช่แข็งแล้วขนมปังไม่ฟู”?5 สาเหตุที่คนทำพลาด! ❄️🔥หลายคนคิดว่า… “แค่เอาโดขนมปังเข้าช่องฟรีซ แล้วเอาออกมาพัก...
11/08/2026

🥖 EP.2 | ทำไม “แช่แข็งแล้วขนมปังไม่ฟู”?
5 สาเหตุที่คนทำพลาด! ❄️🔥

หลายคนคิดว่า… “แค่เอาโดขนมปังเข้าช่องฟรีซ แล้วเอาออกมาพักให้ฟู ก็อบได้เลย”

แต่ความจริง ❌ ไม่ง่ายขนาดนั้น!

การแช่แข็งสามารถทำให้ ยีสต์อ่อนแรง โครงสร้างกลูเตนเสียหาย และการขึ้นฟูหลังละลายลดลง ได้ ถ้าจัดการไม่ถูกวิธี

วันนี้มาดู 5 จุดที่ต้องเช็กกันค่ะ 👇

① ❌ แช่แข็งตอนโด “พรูฟไปไกลเกินไป” ถ้าโดขึ้นฟูมากแล้วค่อยนำไปแช่แข็ง โครงสร้างกลูเตนอาจรับแรงไม่ไหว และหลังละลายโดจะฟูต่อได้ไม่ดี

👉 วิธีแก้: สำหรับโดที่ต้องแช่แข็ง ควรวางแผนจังหวะการหมักและขึ้นรูปให้เหมาะสม ไม่ใช่รอให้พรูฟเต็มที่แล้วค่อยฟรีซ

② ❌ แช่แข็งช้าเกินไป การแช่แข็งช้า ทำให้น้ำในโดเกิดผลึกน้ำแข็งขนาดใหญ่ ผลึกเหล่านี้สามารถทำลายโครงสร้างเซลล์และโครงสร้างโดได้

👉 ยิ่งแช่แข็งเร็ว ยิ่งช่วยรักษาคุณภาพของโดได้ดีขึ้น

③ ❌ ยีสต์ไม่แข็งแรง ก่อนแช่แข็ง ยีสต์ต้องมีสุขภาพดี ถ้ายีสต์ทำงานช้าอยู่แล้ว หลังผ่านการแช่แข็งและละลาย ยิ่งฟื้นตัวได้ยาก

👉 อย่าดูแค่ว่า “โดขึ้นฟู” ให้ดูด้วยว่า ยีสต์สามารถสร้างแก๊สได้เร็วและสม่ำเสมอหรือไม่

④ ❌ ละลายผิดวิธี นำโดออกจากช่องฟรีซแล้ววางไว้ในอุณหภูมิสูงทันที ด้านนอกอาจเริ่มพรูฟ แต่ด้านในยังเย็นอยู่

ผลคือ…
❌ ขึ้นฟูไม่สม่ำเสมอ

❌ โครงสร้างโดอ่อน

❌ อบแล้วไม่ค่อยมี Oven Spring

👉 ควรให้โดละลายอย่างค่อยเป็นค่อยไป และควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสม

⑤ ❌ พรูฟหลังละลาย “ไม่พอดี” นี่คือจุดที่คนพลาดเยอะที่สุด!
หลังละลายไม่ได้หมายความว่า “รอให้ฟูเท่าเดิมทุกครั้ง”

ต้องประเมินจาก

👆 ความยืดหยุ่นของโด

👆 การคืนตัว

👆ปริมาณแก๊ส

👆 ระยะเวลาการหมัก

👆 อุณหภูมิของโด

เพราะโดที่ผ่านการแช่แข็งอาจใช้เวลาในการฟื้นตัวไม่เท่ากับโดสด

💡 จำง่าย ๆ

แช่แข็งดี ≠ แค่เอาโดเข้าฟรีซ

แต่ต้องควบคุมตั้งแต่ “ยีสต์ → การหมัก → การแช่แข็ง → การละลาย → การพรูฟ → การอบ”

ถ้าพลาดเพียงจุดเดียว ขนมปังอาจออกมา…

❌ ไม่ฟู

❌ เนื้อแน่น

❌ Oven Spring ต่ำ

❌ ทรงไม่สวย

📌 เซฟโพสต์นี้ไว้เช็กก่อนแช่แข็งครั้งต่อไปนะคะ

แล้วขนมปังแช่แข็งของคุณมีปัญหาแบบไหน?

เดี๋ยว EP.3 จะมาสอนวิธี “ละลายโดแช่แข็งอย่างไรให้ฟูกลับมาใกล้เคียงโดสด” 🥖❄️

❤️ กดติดตามเพจไว้เลยค่ะ เพราะเราจะค่อย ๆ แกะทุกปัญหาขนมปังแบบเข้าใจง่าย และเอาไปใช้ได้จริง!

🥐❄️ ขนมปังนุ่มขึ้นรูปแล้ว แช่แข็งได้ไหม?ได้ค่ะ! แต่ถ้าทำผิดขั้นตอน ขนมปังอาจขึ้นไม่ดี เนื้อแน่น หรืออบแล้วไม่ฟู 😭วันนี้ม...
09/08/2026

🥐❄️ ขนมปังนุ่มขึ้นรูปแล้ว แช่แข็งได้ไหม?

ได้ค่ะ! แต่ถ้าทำผิดขั้นตอน ขนมปังอาจขึ้นไม่ดี
เนื้อแน่น หรืออบแล้วไม่ฟู 😭

วันนี้มาดูวิธี แช่แข็งขนมปังนุ่มหลังขึ้นรูป และวิธีเตรียมโดว์ก่อนเข้าเตาแบบง่าย ๆ กันค่ะ 👇

❄️ STEP 1 : ขึ้นรูปให้เรียบร้อย

หลังนวดโดว์และหมักรอบแรกเสร็จ ➡️ แบ่งน้ำหนัก ➡️ คลึง ➡️ ขึ้นรูปตามต้องการ

สำคัญ! อย่าเพิ่งพรูฟจนเกือบเต็มที่ก่อนนำไปแช่แข็ง เพราะยีสต์จะเสียความแข็งแรงจากการหมักและการแช่แข็ง

❄️ STEP 2 : แช่แข็งหลังขึ้นรูป

นำขนมปังที่ขึ้นรูปแล้ววางบนถาด โดยเว้นระยะเล็กน้อย

นำเข้าช่องแช่แข็งทันที 👉 ควรแช่ให้เย็นและแข็งเร็วที่สุด

เมื่อแข็งตัวดีแล้ว สามารถเก็บใส่ถุงหรือภาชนะที่ปิดสนิท เพื่อป้องกันความชื้นและกลิ่นจากช่องแช่แข็ง

💡 เคล็ดลับ อย่าให้โดว์สัมผัสอากาศนาน เพราะผิวโดว์จะแห้งและเกิด “หนัง” ทำให้ขนมปังขึ้นรูปไม่สวย

🌡️ STEP 3 : นำออกจากช่องแช่แข็ง

วันที่ต้องการอบ ให้นำโดว์ออกจากช่องแช่แข็ง

วางลงในพิมพ์หรือถาดอบ ตั้งแต่ยังแช่แข็ง

จากนั้นคลุมให้มิดชิด

⚠️ อย่ารีบนำไปวางในที่ร้อนจัด เพราะด้านนอกอาจละลายเร็ว แต่ด้านในยังแข็งอยู่ ทำให้การหมักไม่สม่ำเสมอ

⏰ STEP 4 : รอให้โดว์ละลายและพรูฟ

ปล่อยให้โดว์ค่อย ๆ ละลายและเริ่มหมักต่อ

ระยะเวลาจะขึ้นอยู่กับ • อุณหภูมิห้อง

• สูตรขนมปัง

• ปริมาณยีสต์

• ระยะเวลาที่แช่แข็ง

• ขนาดของก้อนโดว์

ดังนั้น อย่ายึดเวลาเป็นหลักอย่างเดียว

ให้ดู “สภาพของโดว์” เป็นหลักค่ะ ❤️

👆 STEP 5 : เช็กความพร้อมก่อนอบ

เมื่อโดว์พรูฟได้ที่

ลองใช้ปลายนิ้วแตะเบา ๆ

ถ้ารอยบุ๋ม ค่อย ๆ เด้งกลับและยังเหลือรอยเล็กน้อย 👉 พร้อมอบ

ถ้าเด้งกลับเร็วมาก 👉 อาจยังพรูฟไม่พอ

ถ้าจมและไม่ค่อยคืนตัว 👉 อาจพรูฟเกิน

🔥 STEP 6 : อบ

เมื่อโดว์พร้อมแล้ว นำเข้าเตาอบที่วอร์มไว้ตามอุณหภูมิของสูตร

อย่ารอให้โดว์พรูฟเกินก่อนเข้าเตา เพราะหลังจากแช่แข็ง ยีสต์อาจมีกำลังลดลง และโครงสร้างโดว์จะเปราะกว่าการทำสด

💡 จำง่าย ๆ

ขึ้นรูป → แช่แข็ง → ละลาย → พรูฟ → เช็กโดว์ → อบ

และหัวใจสำคัญที่สุดคือ…

❤️ “อย่าดูเวลาอย่างเดียว ให้ดูโดว์เป็นหลัก”

เพราะขนมปังแต่ละสูตรตอบสนองต่อการแช่แข็งไม่เหมือนกัน

ถ้าอยากให้ขนมปังนุ่ม ฟู และเนื้อไม่แน่นหลังแช่แข็ง

ต้องควบคุมตั้งแต่ สูตร → การนวด → การหมัก → การแช่แข็ง → การพรูฟ

📌 เซฟโพสต์นี้ไว้เลยค่ะ เผื่อวันไหนอยากเตรียมขนมปังไว้ล่วงหน้า

ถ้าชอบคอนเทนต์สอนทำขนมปังแบบเข้าใจง่าย

กดติดตามเพจไว้ได้เลย ❤️ มีเทคนิคเรื่องขนมปังนุ่มและ Sourdough มาแบ่งปันเรื่อย ๆ ค่ะ

#ขนมปังนุ่ม #ขนมปังโฮมเมด #เทคนิคทำขนมปัง #ขนมปังแช่แข็ง #วิธีเก็บขนมปัง #สอนทำขนมปัง #มือใหม่หัดทำขนมปัง

❄️ ซาวร์โดขึ้นรูปแล้ว แช่แข็งได้ไหม?คำตอบคือ ได้! แต่ถ้าอยากให้เอาออกมาแล้วอบยังฟูมี Oven Spring และเนื้อไม่แน่น ต้องแช่...
09/08/2026

❄️ ซาวร์โดขึ้นรูปแล้ว แช่แข็งได้ไหม?

คำตอบคือ ได้! แต่ถ้าอยากให้เอาออกมาแล้วอบยังฟู
มี Oven Spring และเนื้อไม่แน่น ต้องแช่แข็งให้ถูกจังหวะ

วันนี้พามาดูวิธี
“แช่แข็งซาวร์โดหลังขึ้นรูป → เตรียมโดว์ก่อนอบ”

แบบที่คนทำซาวร์โดควรรู้ 👇

━━━━━━━━━━━━━━

🥖 STEP 1 | ขึ้นรูปให้เรียบร้อย
หลังทำ Bulk Fermentation จนโดว์มีโครงสร้างและการหมักได้ที่แล้ว

➡️ Pre-shape

➡️ พัก Bench Rest

➡️ Final Shape

➡️ ใส่ Banneton

จุดสำคัญ:

ถ้าตั้งใจจะแช่แข็ง ❄️

แนะนำให้แช่แข็ง ก่อน Final Proof เต็มที่

เพราะถ้าปล่อยให้โดว์พรูฟจนเกือบเต็มแล้วค่อยแช่แข็ง

โครงสร้างกลูเตนอาจรับการแช่แข็งและการละลายได้ไม่ดี ทำให้เมื่อนำมาอบ Oven Spring ลดลง

━━━━━━━━━━━━━━

❄️ STEP 2 | แช่แข็งทันทีหลังขึ้นรูป

นำโดว์ที่ขึ้นรูปแล้วใส่ Banneton

คลุมให้มิดชิด

แล้วนำเข้าช่องแช่แข็งทันที

💡 หัวใจสำคัญคือ “แช่ให้เร็ว และป้องกันการสูญเสียความชื้น”
เมื่อโดว์แข็งตัวดีแล้ว

สามารถห่อหรือใส่ถุงให้แน่นสนิทอีกชั้น

❌ อย่าปล่อยโดว์เปิดโล่งในช่องฟรีซ
เพราะผิวโดว์จะแห้ง เกิด Freezer Burn และทำให้ผิวขนมปังเสียสภาพ

━━━━━━━━━━━━━━

🧊 STEP 3 | ก่อนนำมาอบ ต้องละลายอย่างไร?

เมื่อถึงวันที่ต้องการอบ

นำซาวร์โดออกจากช่องแช่แข็ง

แล้วนำเข้าตู้เย็นเพื่อ ค่อย ๆ ละลาย

จากนั้นนำออกมาพักที่อุณหภูมิห้องเพื่อให้โดว์กลับมาทำงานและเข้าสู่ Final Proof

⏰ ระยะเวลาไม่ตายตัว!

เพราะขึ้นอยู่กับ

• ความแข็งแรงของ Starter

• อุณหภูมิ

• Hydration

• ปริมาณ Whole Grain

• ระยะเวลา Bulk Fermentation ก่อนแช่แข็ง

• ขนาดของก้อนโดว์

ดังนั้นอย่าดูแค่ “กี่ชั่วโมง” แต่ต้อง ดูสภาพโดว์ด้วย

━━━━━━━━━━━━━━

👆 STEP 4 | เช็กว่าโดว์พร้อมอบหรือยัง?

ใช้ Finger Poke Test เบา ๆ

👉 เด้งกลับเร็วมาก + รอยหายทันที
อาจยังพรูฟไม่พอ

👉 เด้งกลับช้า ๆ และเหลือรอยเล็กน้อย
✅ มีแนวโน้มว่าพร้อมอบ

👉 ยุบและไม่ค่อยคืนตัว

⚠️ มีโอกาสพรูฟเกิน

แต่สำหรับซาวร์โดที่ผ่านการแช่แข็ง

อย่าใช้ Finger Poke Test เพียงอย่างเดียว

ให้ดูทั้ง

✔️ ปริมาตร

✔️ ความตึงของผิว

✔️ ฟองอากาศ

✔️ ความแข็งแรงของโดว์

✔️ การคืนตัวเมื่อกด

━━━━━━━━━━━━━━

🔥 STEP 5 | เตรียมก่อนเข้าเตา

เมื่อโดว์พร้อมอบ

นำออกจาก Banneton

คว่ำลงบนกระดาษรองอบ

จากนั้น

🔪 Score ตามลายที่ต้องการ

แล้วนำเข้าเตาที่ วอร์มจนถึงอุณหภูมิจริงเรียบร้อยแล้ว

🔥 เตาต้องร้อนก่อนนำขนมปังเข้า

เพราะช่วงแรกของการอบคือช่วงสำคัญของ Oven Spring

━━━━━━━━━━━━━━

💨 แล้วต้องอบแบบมีไอน้ำไหม?

ต้องมีค่ะ!

ช่วงต้นของการอบควรมีไอน้ำเพียงพอ เพื่อช่วยให้ผิวขนมปังยังยืดตัวได้ก่อนเปลือกจะเซต

จากนั้นค่อยลด/ระบายไอน้ำในช่วงหลัง เพื่อพัฒนาเปลือกให้กรอบและสีสวย

━━━━━━━━━━━━━━

🧬 ทำไมซาวร์โดแช่แข็งแล้วบางครั้ง “ไม่ฟูเหมือนเดิม”?

เพราะการแช่แข็งสามารถทำให้

❄️ เซลล์ยีสต์บางส่วนเสียหาย

❄️ โครงสร้างกลูเตนได้รับผลกระทบ

❄️ น้ำในโดว์เกิดผลึกน้ำแข็ง

❄️ ความสามารถในการสร้างและกักเก็บก๊าซลดลง

ดังนั้น Starter ที่แข็งแรงมาก ๆ ก่อนทำโดว์ จึงสำคัญมาก

อย่าพยายามแก้ปัญหาซาวร์โดแช่แข็งด้วยการเพิ่มเวลาพรูฟอย่างเดียว

เพราะถ้าโครงสร้างโดว์อ่อนเกินไป ยิ่งพรูฟนานก็อาจยิ่งแบนได้

━━━━━━━━━━━━━━

📌 จำสูตรนี้ให้ขึ้นใจ

Bulk Fermentation

⬇️
Pre-shape

⬇️
Bench Rest

⬇️
Final Shape

⬇️
❄️ Freeze

⬇️
🧊 Thaw

⬇️
⏰ Final Proof

⬇️
🔪 Score

⬇️
🔥 Bake

❤️ ซาวร์โดที่ดีไม่ได้วัดกันแค่สูตร แต่ต้องเข้าใจ “จังหวะของโดว์”

ถ้าคุณเคยเจอปัญหา

❌ แช่แข็งแล้วไม่ฟู

❌ เอาออกมาแล้วโดว์แบน

❌ Oven Spring หาย

❌ เนื้อแน่นกว่าปกติ

โพสต์นี้ #เซฟเก็บไว้ได้เลยค่ะ 📌

และถ้าชอบคอนเทนต์ซาวร์โดแบบเจาะลึก แต่เล่าให้เข้าใจง่าย

#กดติดตามเพจไว้เลย ❤️

เดี๋ยวโพสต์ต่อไปจะพาไปดู

👉 “ซาวร์โดแช่แข็งแล้วไม่ฟู เกิดจากอะไร? 7 จุดที่ต้องเช็ก”

#ซาวร์โด #ขนมปังซาวร์โด #เทคนิคซาวร์โด #สอนทำซาวร์โด #มือใหม่หัดทำซาวร์โด #ขนมปังโฮมเมด #ทำขนมปัง

 #สรุปขั้นตอนการทำขนมปังนุ่ม (Soft Bread) แบบละเอียดสำหรับมือใหม่การทำขนมปังนุ่มให้สำเร็จไม่ใช่แค่ทำตามสูตร แต่ต้องเข้าใ...
05/08/2026

#สรุปขั้นตอนการทำขนมปังนุ่ม (Soft Bread)
แบบละเอียดสำหรับมือใหม่

การทำขนมปังนุ่มให้สำเร็จไม่ใช่แค่ทำตามสูตร แต่ต้องเข้าใจว่าแต่ละขั้นตอนมีผลต่อเนื้อสัมผัสอย่างไร

1. เตรียมวัตถุดิบ

วัตถุดิบหลัก ได้แก่

- แป้งขนมปัง

- น้ำหรือ นม

- ยีสต์

- น้ำตาล

- เกลือ

- เนย

- ไข่ (ถ้ามีในสูตร)

ข้อควรรู้

- เกลือไม่ควรสัมผัสยีสต์โดยตรง เพราะอาจทำให้ยีสต์ทำงานช้าลง

- เนยควรใส่หลังจากเริ่มนวดจนเกิดกลูเตนแล้ว

2. ผสมแป้ง

ผสมของเหลวกับของแห้งจนไม่มีผงแป้งเหลือ

เป้าหมาย

- ให้แป้งดูดน้ำทั่วถึง

- ยังไม่ต้องนวดจนเนียน

พักแป้ง 20–30 นาที (Autolyse) จะช่วยให้แป้งนวดง่ายขึ้น

3. นวดแป้ง

นวดจนเกิดโครงสร้างกลูเตน

สังเกตว่า

- แป้งเนียน

- ยืดได้

- ทดสอบด้วย Windowpane Test แล้วสามารถดึงเป็นแผ่นฟิล์มบางได้โดยไม่ขาดง่าย

โดยทั่วไปใช้เวลา

- เครื่องนวด 12–20 นาที

- นวดมือ 20–30 นาที

4. หมักครั้งที่ 1 (Bulk Fermentation)

พักแป้งในภาชนะที่ทาน้ำมันบาง ๆ

อุณหภูมิประมาณ

26–28°C

หมักจนแป้งขยายประมาณ 1.5–2 เท่า

อย่าดูเวลาอย่างเดียว ให้ดูการเปลี่ยนแปลงของแป้งเป็นหลัก

5. ไล่อากาศ

เมื่อหมักได้ที่ ให้กดแป้งเบา ๆ เพื่อไล่ก๊าซก้อนใหญ่

ไม่ควรนวดแรงจนโครงสร้างเสีย

6. แบ่งแป้ง

ชั่งน้ำหนักให้แต่ละก้อนเท่ากัน

จะช่วยให้สุกพร้อมกันและขนาดสวย

7. คลึงกลม (Pre-shape)

ปั้นเป็นก้อนกลมตึง

พัก 15–20 นาที

เพื่อให้กลูเตนคลายตัว

8. ขึ้นรูป (Final Shape)

ขึ้นรูปตามต้องการ เช่น

- โลฟ

- ก้อนกลม

- ขนมปังไส้

- ขนมปังฮอตดอก

พยายามสร้างผิวแป้งให้ตึงพอดี

9. หมักครั้งที่ 2 (Final Proof)

พักจนแป้งเกือบเต็มพิมพ์

ใช้ Finger Poke Test

- รอยเด้งกลับเร็ว = ยังไม่พร้อม

- เด้งช้าและเหลือรอยเล็กน้อย = พร้อมอบ

- ไม่เด้งเลย = หมักเกิน (Overproof)

10. อบ

อุณหภูมิทั่วไป

170–180°C

เวลา

20–35 นาที (ขึ้นกับขนาด)

อบจนสีเหลืองทองสวย และอุณหภูมิภายในขนมปังประมาณ 93–96°C

11. ทาเนย

หลังออกจากเตา

ทาเนยละลายบาง ๆ

จะช่วยให้

- เปลือกนุ่ม

- หอมขึ้น

- ไม่แห้งเร็ว

12. พักให้เย็น

พักบนตะแกรงอย่างน้อย 1 ชั่วโมง

ก่อนตัด

หากตัดทันที ความชื้นภายในยังไม่กระจายตัว ทำให้เนื้อขนมปังดูแฉะและติดมีด

ปัญหาที่มือใหม่เจอบ่อย

* ขนมปังแน่น → นวดไม่ถึง หรือหมักไม่พอ

* ขนมปังยุบหลังอบ → หมักเกิน หรืออบไม่สุก

* เนื้อหยาบ → ขึ้นรูปไม่ดี หรือไล่อากาศไม่เหมาะสม

* แข็งเร็ว → อบนานเกินไป หรือเก็บรักษาไม่ถูกวิธี

สีเข้มเกิน → อุณหภูมิเตาสูงเกิน หรือมีน้ำตาลในสูตรมาก

เคล็ดลับสำหรับมือใหม่

- ชั่งวัตถุดิบทุกครั้ง อย่าใช้การกะปริมาณ

- วัดอุณหภูมิของแป้งและห้อง เพราะส่งผลต่อการหมัก

- ฝึกสังเกต "สภาพแป้ง" มากกว่าจับเวลา

จดบันทึกทุกครั้งที่อบ เพื่อปรับปรุงสูตรและเทคนิคในครั้งต่อไป

เมื่อเข้าใจทั้ง 12 ขั้นตอนนี้แล้ว คุณจะสามารถทำขนมปังนุ่มที่มีเนื้อฟู

ละเอียด นุ่มนาน และมีคุณภาพสม่ำเสมอได้ แม้เพิ่งเริ่มต้นก็ตาม

✨ ทำไมขนมปังถึงแข็ง ทั้งที่เพิ่งอบได้แค่วันเดียว?หลายคนคิดว่า "ขนมปังแข็ง เพราะน้ำระเหยออกหมด" แต่ความจริงแล้ว... สาเหตุ...
03/08/2026

✨ ทำไมขนมปังถึงแข็ง ทั้งที่เพิ่งอบได้แค่วันเดียว?

หลายคนคิดว่า "ขนมปังแข็ง เพราะน้ำระเหยออกหมด" แต่ความจริงแล้ว... สาเหตุหลักคือ "แป้งกำลังคืนตัว" (Starch Retrogradation)

เมื่อขนมปังเย็นลง โมเลกุลของแป้งจะค่อย ๆ เรียงตัวใหม่ ทำให้เนื้อขนมปังแน่น แข็ง และสูญเสียความนุ่ม แม้ว่ายังมีความชื้นอยู่ก็ตาม

แล้วจะเก็บอย่างไรให้ขนมปังนุ่มได้นาน?

🍞 1. รอให้ขนมปังเย็นสนิทก่อนเก็บ หากเก็บตอนยังอุ่น ไอน้ำจะควบแน่นในถุง ทำให้เปลือกนิ่มและเสี่ยงเกิดเชื้อราเร็วขึ้น

🍞 2. เก็บในถุงพลาสติกหรือกล่องที่ปิดสนิท ช่วยรักษาความชื้นภายในขนมปัง ทำให้เนื้อนุ่มได้นานกว่าการวางไว้กลางอากาศ

🍞 3. หลีกเลี่ยงการแช่ตู้เย็น อุณหภูมิประมาณ 0–5°C จะเร่งให้แป้งคืนตัวเร็วขึ้น ขนมปังจะแข็งเร็วกว่าการเก็บที่อุณหภูมิห้อง

🍞 4. หากยังไม่ทานภายใน 2–3 วัน ให้แช่แข็ง ห่อให้สนิท แล้วนำออกมาละลายหรืออุ่นก่อนรับประทาน จะช่วยรักษาความนุ่มและรสชาติได้ดีที่สุด

🍞 5. อุ่นก่อนรับประทาน อบที่ 170–180°C ประมาณ 5–8 นาที หรืออุ่นในหม้ออบลมร้อน เนื้อขนมปังจะกลับมานุ่มหอมใกล้เคียงกับวันที่อบใหม่

💡 เคล็ดลับสำหรับคนทำขนมปัง สูตรที่มีไขมัน เช่น เนย นม ไข่ หรือมีส่วนผสมอย่าง Tangzhong / Yudane จะช่วยชะลอการแข็งตัวของขนมปัง ทำให้เก็บได้นานขึ้นโดยธรรมชาติ

📌 จำง่าย ๆ ✅ เย็นสนิทก่อนเก็บ ✅ เก็บในภาชนะปิดสนิท ❌ ไม่แช่ตู้เย็น ✅ แช่แข็งถ้ายังไม่ทานใน 2–3 วัน

❤️ ถ้าคุณรักการทำขนมปัง กดติดตามเพจไว้เลย เพราะที่นี่ไม่ได้สอนแค่ "ทำตามสูตร" แต่สอนให้เข้าใจ วิทยาศาสตร์ของขนมปัง เพื่อให้คุณแก้ปัญหาได้ด้วยตัวเองทุกครั้งที่อบ

 #วิธีดูแลและเก็บสตาร์ทเตอร์ไว้ในตูเย็นหากคุณอบขนมปังซาวร์โดสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง การเก็บสตาร์ทเตอร์ในตู้เย็นเป็นวิธีที่สะ...
03/08/2026

#วิธีดูแลและเก็บสตาร์ทเตอร์ไว้ในตูเย็น

หากคุณอบขนมปังซาวร์โดสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง การเก็บสตาร์ทเตอร์ในตู้เย็นเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด เพราะความเย็นจะช่วยชะลอการหมัก ทำให้ไม่ต้องให้อาหารทุกวัน และโดยทั่วไปควรให้อาหารประมาณสัปดาห์ละครั้งเพื่อรักษาความแข็งแรงของจุลินทรีย์

วิธีเก็บสตาร์ทเตอร์ในตู้เย็น

1.ให้อาหาร (Feed) สตาร์ทเตอร์ก่อนเก็บ

ตัวอย่างอัตราส่วน 1:2:2

สตาร์ทเตอร์ 20 กรัม

น้ำ 40 กรัม

แป้ง 40 กรัม

2. พักไว้ที่อุณหภูมิห้องประมาณ 1–2 ชั่วโมง ให้เริ่มมีการทำงานก่อนนำเข้าตู้เย็น

3. ปิดฝาแบบหลวม ๆ หรือปิดให้แน่นแต่ไม่อัดแน่นจนเกินไป เพราะระหว่างการหมักยังมีแก๊สเกิดขึ้น

4. เก็บไว้ในชั้นกลางของตู้เย็นที่อุณหภูมิประมาณ 3–5°C หลีกเลี่ยงบริเวณประตูตู้เย็นที่อุณหภูมิเปลี่ยนบ่อย

#เมื่อต้องการนำมาใช้อบ

* นำออกจากตู้เย็น

* ปล่อยให้อุ่นที่อุณหภูมิห้อง 30–60 นาที

* ให้อาหาร 1–2 รอบ จนสตาร์ทเตอร์ขึ้นฟูเป็น 2–3 เท่า จึงนำไปทำขนมปัง จะได้แรงยีสต์และคุณภาพโดว์ดีที่สุด

#ถ้าไม่ได้อบนาน

* ไม่เกิน 1 เดือน: ให้อาหารสัปดาห์ละครั้ง

* มากกว่า 1 เดือน: ควรรีเฟรชหลายรอบก่อนใช้งาน หรือพิจารณาเก็บเป็น Stiff Starter (Hydration 50%) ซึ่งทนการเก็บในตู้เย็นได้นานกว่าและให้อาหารไม่บ่อย

#สัญญาณที่ควรรีเฟรชทันที

* มีน้ำสีน้ำตาลหรือสีเทา (H***h) แสดงว่าสตาร์ทเตอร์หิว

* กลิ่นแอลกอฮอล์แรง

* ขึ้นช้ากว่าปกติ

***แต่ถ้ามี รา สีชมพู สีส้ม สีเขียว หรือสีดำ ควรทิ้งทั้งหมดและเริ่มสตาร์ทเตอร์ใหม่ ไม่ควรนำมาใช้งานต่อ ***

ที่อยู่

59/110
Surat Thani
84000

เบอร์โทรศัพท์

+66805628241

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สถาบันสอนทำขนมปังครูออมผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง สถาบันสอนทำขนมปังครูออม:

ทางลัด

แชร์

ประเภท