24/04/2022
หลังจากเปิดร้านได้ 4 เดือน แอดเลยอยากแชร์สิ่งที่ตกตะกอนมาทั้งหมด เพื่อให้คนที่สนใจจะทำธุรกิจกาแฟ หรือแม้แต่คนที่ชื่นชอบกาแฟลองอ่านเล่นๆ ดูค่ะ สำหรับตัวบทความแอดเขียนเป็นภาษาอังกฤษไว้ แต่จะสรุปเนื้อหาให้นะคะ 😁
และนี่ คือ "4 บทเรียนที่อยากบอกตัวเองก่อนเปิดร้านกาแฟ"
1. รู้จักธรรมชาติของตัวเอง และมองโลกตามความเป็นจริง
ที่บอกว่ารู้จักธรรมชาติตัวเอง หมายความว่า ถ้าไม่นับว่าตัวเองเป็นคนชอบดื่มกาแฟ แล้วเราจะชอบส่วนอื่นๆ ด้วยรึเปล่า? เช่น การทำการตลาด, คิดแคมเปญ, พูดคุยกับลูกค้า, คิดเมนูใหม่ๆ ดูแลหลังร้าน, เช็คสต็อกสินค้า และอีกมากมาย เพราะถ้ารู้แล้วเราจะหารอยรั่วของตัวเองได้เร็ว ส่วนตรงไหนที่คิดว่าไม่ชอบ หรือไม่ถนัดจริงๆ ให้หาคนช่วยค่ะ
อย่างที่สองคือมองโลกตามความเป็นจริง ถามตัวเองว่าพร้อมหรือไม่กับคู่แข่งอีกเพียบ เพราะปัจจุบันมีร้านกาแฟผุดขึ้นเยอะมากกก โดยเฉพาะในเชียงใหม่ก็ปาไปแล้วกว่า 800+ (น่าจะเยอะกว่านี้) ไหนจะทั้งการต้องปรับตัว และพัฒนาตัวเองตลอดเวลาอีกต่างหาก
2. อย่าเปิดร้านกาแฟเพียงเพราะคิดว่าจะทำเงินได้มหาศาล
ข้อนี้คิดว่าจริงๆ แล้วไม่ผิดเลยที่อยากจะหากำไรจากธุรกิจ เพราะทุกคนต่างอยากเลี้ยงดูตัวเองจากสิ่งที่เราทำทั้งนั้น แต่ถ้าเราเซ็ตเป้าหมายอันดับแรกว่าอยากทำเพราะเรื่อง "เงิน" ก็จะเสี่ยงมากกว่าคนอื่น เพราะเมื่อไหร่ที่ผลตอบแทนที่ได้ไม่ตรงตามที่เราคาดหวังแต่แรก เราจะรู้สึกท้อ และเหนื่อยฟรีทันที
ตัวอย่างร้านกาแฟที่ประสบความสำเร็จก็มีให้เห็นอยู่แล้ว แต่ร้านที่ไปไม่รอดก็คงไม่มีใครมาบอกเล่าให้ฟังเยอะนัก ลองหาเหตุผลดูว่าเราอยากทำธุรกิจกาแฟเพราะอะไร? เรียงลำดับ 1 2 3… และชั่งน้ำหนักให้ดีระหว่างความชอบส่วนตัว รายได้ รายจ่ายกับกำไรที่เราหวังไว้ มันจะคุ้มหรือเปล่า?
3. ชงกาแฟให้ได้ระดับเทพ
อันนี้สำคัญมากกกกก คนมาร้านกาแฟเพื่อมากินกาแฟที่รสชาติอร่อย หัวใจหลักของร้านกาแฟ คือ ความอร่อย ถ้าคุณคุยเก่งเป็นต่อยหอย แต่รสชาติไม่ได้เรื่อง เหมือนคุณไม่ใส่ใจในส่วนนี้ คนก็คงไม่อยากมาซ้ำอีก
ก่อนเปิดร้าน อยากให้มั่นใจในการทำกาแฟของตัวเอง เรียนรู้พื้นฐานการทำเอสเปรซโซ่ช็อต, สตีมนม, การใช้อุปกรณ์ต่างๆ ทำทุกเมนูจากร้อนไปเย็น เมนูเครื่องดื่มอื่นๆ ทำจนจำขึ้นใจ ทำจนคล่อง จากนั้นจึงค่อยหารสชาติอร่อยที่เป็นของตัวเราเอง เพราะตอนนั้นเราจะเข้าใจอะไรขึ้นเยอะว่าจะเลือกเมล็ดแบบไหน? คั่วระดับไหนดี? และรสชาติกาแฟร้านเราจะค่อยๆ ตรงกับตัวตนของเราเองค่ะ
4. เรียนรู้จากข้อผิดพลาด
สำหรับข้อนี้ใช้ได้ในทุกๆ ธุรกิจ หรือไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม เรียนรู้ข้อผิดพลาดทั้งจากของตัวเอง และของคนอื่น อย่าลืมหาเหตุผลว่าพลาดเพราะอะไร? ถามคนรอบตัวว่าเราต้องแก้ตรงไหนบ้าง ถ้าแก้ได้ให้รีบทำ ถ้าแก้ไม่ได้ให้จำไว้เป็นบทเรียน ยอมรับคำวิจารณ์ แล้วลุยต่อ
ยกตัวอย่างเรื่องการซื้อเครื่องชงกาแฟของแอด ถ้าลองเปิดร้านใหม่อีกครั้ง จะให้ความสำคัญในการเลือกเครื่องชงกาแฟมากๆ รวมถึงการเลือกเมนูที่จะขายให้ดี หากมันเยอะเกิน จนเอาไม่อยู่ ควรเลือกเมนูหลักที่เราทำคล่องจนไม่กังวลก่อน จากนั้นค่อยเพิ่มเมนูพิเศษอื่นๆ เข้าไปค่ะ
อ่านรีวิวเครื่องชงกาแฟ: https://www.facebook.com/109550130605492/posts/540582630835571/
5. แถม* ควรเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในโลกของกาแฟให้มากที่สุด (เป็นไปได้ให้ทำงานในร้านกาแฟก่อน)
ถ้าย้อนเวลาไปได้แอดอยากเริ่มเรียนรู้กับร้านกาแฟร้านอื่นก่อนเลย เรียนรู้ระบบให้หมด ซึ่งข้อนี้จะคล้ายข้อแรกตรงที่ว่า เราฝึกทำกับร้านอื่นก่อนเพื่อที่จะเรียนรู้ตัวเอง พอเปิดร้านจะได้รู้ว่าส่วนไหนเราถนัด ชอบ หรือไม่ชอบ จากนั้นเราค่อยมาตัดสินใจอีกครั้งว่า การเปิดร้านกาแฟมันจะเหมาะกับเราจริงๆ ไหม?
หมดแล้วค่ะบทเรียนที่ได้เรียนรู้ตลอด 4 เดือนนี้ เป็นกำลังใจให้ทุกคนที่อยากทำธุรกิจด้วยตัวเองนะคะ ไม่มีคำว่าสายไป เราพัฒนาตัวเองได้ตลอด ทำเท่าที่เราไหว เท่าที่กำลังเรามี แล้วค่อยๆ ขยับขยายไป
#ธุรกิจ #ร้านกาแฟ #เชียงใหม่ #กาแฟ
I opened my own coffee shop on 20th January, 2022. On that day, I still wasn’t sure if I could make a perfect shot of espresso, latte or mocha.. After 3 months of being a business owner. I’m going …