08/06/2023
5 ประโยชน์ที่สำคัญของ "ข้าวโอ๊ต" ธัญพืชจากธรรมชาติ 🌾
ข้าวโอ๊ตเป็นอาหารที่ถูกยกให้เป็น Superfood (หมายถึงอาหารที่มีคุณค่าทางอาหารสูงและมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง) ที่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนแนะนำให้กินเป็นประจำทุกวัน ในเมืองไทยข้าวโอ๊ตอาจจะไม่เป็นที่นิยมมากนักเนื่องจากคนยังขาดความรู้และความเข้าใจอีกทั้งเคยชินกับข้าวขาวซึ่งเป็นธัญพืชหลักที่เราผลิตและบริโภคกันมายาวนาน แต่ในประเทศโซนยุโรปและอเมริกามีการบริโภคข้าวโอ๊ตมามากกว่า 1,000 ปีและมีการศึกษาวิจัยถึงประโยชน์ของข้าวโอ๊ตที่เหนือกว่าธัญพืชชนิดอื่น เรามาดูกันว่า 5 เหตุผลสำคัญที่เราจะได้จากการกินข้าวโอ๊ตเป็นประจำมีอะไรบ้าง
__________
📌1.) อุดมไปด้วยสารอาหารและแร่ธาตุที่มีประโยชน์
ในข้าวโอ๊ต 100 กรัมให้พลังงาน 389 Kcal. แบ่งเป็นคาร์โบไฮเดรต66กรัม,โปรตีน16.9กรัม,ไขมัน6.9กรัม,ไฟเบอร์10.6กรัม รวมถึงแร่ธาตุที่สำคัญอย่าง วิตามิน B1,B2,B3,B6 แคลเซียม เหล็ก แม็กนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม สังกะสีและโฟเลต ซึ่งล้วนแต่เป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อระบบหลอดเลือดและสมอง หากนับปริมาณโปรตีนแล้ว ข้าวโอ๊ตนับเป็นธัญพืชที่มีปริมาณโปรตีนสูงสุดรวมถึงไขมันต่ำ ทั้งดีทั้งมีประโยชน์ต่อสุขภาพแบบนี้ทำไมเรายังไม่กินข้าวโอ๊ตกันอีกล่ะ
📌2.) ค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ (Low Glycemic Index)
ค่าดัชนีน้ำตาลอธิบายง่ายๆคือค่าที่ใช้วัดอัตราที่ร่างกายใช้ย่อยและดูดซึมน้ำตาลในอาหารชนิดนั้นๆ ซึ่่งอาหารแต่ละชนิดจะมีค่า GI ที่แตกต่างกัน อาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลสูง (เช่นข้าวขาว) จะมีอัตราการย่อยดูดซึมที่เร็ว หากขณะนั้นไม่ได้ใช้พลังงานหรือออกแรงจะทำให้ร่างการได้รับพลังงานมากเกินความจำเป็นและเกิดกระบวนการเปลี่ยนน้ำตาลเป็นไขมันเพื่อเก็บสะสมตามส่วนต่างๆรวมถึงกระตุ้นฮอโมนอินซูลินให้ออกมามาก หากเกิดขึ้นบ่อยจะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ความดัน และโรคหัวใจ
ส่วนข้าวโอ๊ตนั้นมีค่าดัชนีน้ำตาลที่ต่ำ ทำให้ย่อยได้ช้าค่อยๆปล่อยพลังงานให้เราอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ร่างกายใช้พลังงานหมดและไม่สะสมเป็นไขมันอีกทั้งยังกระตุ้นอินซูลินเพียงเล็กน้อยเท่านั้น การย่อยช้ายังทำให้อยู่ท้อง อิ่มนาน ลดการกินจุกจิก เรียกได้ว่าใครที่อยากลดน้ำหนักจะพลาดข้าวโอ๊ตไปไม่ได้เด็ดขาด
📌3.) ช่วยในการขับถ่ายและล้างสารพิษในลำไส้
ในข้าวโอ๊ตอุดมไปด้วยไฟเบอร์ซึ่งช่วยอย่างมากในเรื่องการขับถ่ายอีกทั้งคุณสมบัติของรำข้าวโอ๊ตที่สามารถดูดน้ำและพองตัวขึ้นได้อย่างมาก ทำให้อุจจาระขยายตัวและกวาดสิ่งตกค้างในลำไส้ออกมาได้ รวมถึงดูดซับของเสียในลำไส้ออกมาได้อีกด้วย ใครที่มีปัญหาท้องผูก ถ่ายยากลองหันมาบริโภคข้าวโอ๊ตดูรับรองช่วยได้แน่นอน
📌4.) ปราศจากกลูเตน (Gluten Free)
คนไหนที่มีปัญหาเรื่องสิว ผื่่น ภูมิแพ้แบบรักษายังไงก็ไม่หาย สาเหตุนึงที่คนมักสงสัยกันคือ "แพ้กลูเตน" ซึ่งเป็นภูมิแพ้แฝงที่หลายคนเป็นกันแต่ไม่รู้ตัว เมื่อบริโภคอาหารที่มีกลูเตน (มีอยู่มากในแป้งสาลี) จะทำให้ร่างกายเกิดการอักเสบและพยายามต่อต้าน ทำให้เกิดอาการแพ้ เช่น เป็นสิว ผื่นแดง หรืออาการภูมิแพ้กำเริบ ซึ่งจะหายได้ต่อเมื่อเลิกบริโภคอาหารที่มีกลูเตน ในส่วนของข้าวโอ๊ตนั้นปราศจากกลูเตนและยังสามารถในไปใช้ทดแทนแป้งสาลีในการทำขนมได้อีกด้วย ขนมที่ทำจากข้าวโอ๊ตจึงเป็นอีกตัวเลือกสำหรับคนที่มีอาการแพ้กลูเตนในแป้งลาสี
📌5.) มีเบต้ากลูแคน สุดยอดสารต้านอนุมูลอิสระ
พูดถึงเบต้ากลูแคนเป็นใยอาหารที่พบมากในข้าวโอ๊ต มีคุณสมบัติทางการแพทย์มากมายจนหมอหลายท่านเรียกว่า "ยาอายุวัฒนะ" ที่มีประโยชน์หลายอย่างทั้ง สร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย เพิ่มเซลล์เม็ดเลือดขาว ป้องกันความเสื่อมของเซลล์ ชะลอวัยและยังช่วยต้านเซลล์มะเร็งอีกด้วย ประโยชน์มากมายขนาดนี้ทำให้ข้าวโอ๊ต เหมาะสำหรับคนทุกเพศทุกวัยไม่เว้นแม้แต่เด็กและคนป่วย เรียกได้ว่าเป็น Superfood ที่พลาดไม่ได้อย่างแท้จริง
________
✅ข้าวโอ๊ตนับเป็นอาหารสุขภาพที่น่าจับตามองในยุคที่สุขภาพเริ่มมีส่วนสำคัญกับการดำรงชีวิตของมนุษย์ ด้วยคุณสมบัติที่ดีมากมาย ทั้งมีประโยชน์ต่อร่างกาย สามารถนำไปใช้ได้หลากหลายและยังมีรสชาติที่ดี หวังว่าบทความนี้จะทำให้หลายคนหันมาใส่ใจสุขภาพและหันมาบริโภคข้าวโอ๊ตเป็นอาหารหลักกันนะครับ สุดท้ายฝากประโยคนึงไว้ให้ผู้อ่าน "กินอาหารให้เป็นยา จะได้ไม่ต้องกินยาเป็นอาหาร"
หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์กับทุกท่าน ด้วยความหวังดี
ขอบพระคุณครับ - Grainery
#เบเกอรี่ #ข้าวโอ๊ต #ประโยชน์ของข้าวโอ๊ต #อาหารคลีน #ขนมธัญพืช