13/06/2026
ต่อจากตอนที่แล้วค่ะ :))))
วันนี้จะมาเล่าว่ามีเกณฑ์ในใจยังไงเวลามีพี่ๆ น้องๆ มาทดลองงาน
(สิ่งที่จะเขียนเป็นความเห็นและประสบการณ์ส่วนตัวของตัวเองล้วนๆนะคะ
อาจจะโดนเส้นหรือไม่โดนเส้นใครบ้าง ต้องขออภัยค่ะ)
ขอย้อนไปตอนรับสมัครครั้งแรกก่อนค่ะ
ด้วยความมือใหม่ ครั้งแรกพอคุยแล้วดูโอเคก็รับเลย
มันฟีลเหมือนคนจีบกันที่เคยคุยแบบไม่เห็นหน้ากัน
แล้วปุ๊บปั๊บก็คือมาทำงานร่วมกันเลย
อะไรแบบนั้นค่ะ....
คือพอเป็นการทำงานแบบ 1:1 กันระหว่างเฟิร์นกับคนมาช่วย
เฟิร์นจะต้องเลือกคนที่เคมีเข้ากันได้มากที่สุด
แต่แค่เคมีที่เข้ากันได้คงไม่พอใช่มั้ยคะ.....
เพราะฉะนั้น เฟิร์นจะมีเกณฑ์ในใจที่แอบตัดสินและแอบเลือกอยู่เงียบๆค่ะ
หลายคนอาจคิดว่าแล้วทำไมถึงไม่บอกเกณฑ์ในใจกับเค้าไปเลย
จะได้แฟร์ๆ...
แต่สำหรับเฟิร์นไม่ได้ค่ะ เพราะเฟิร์นอยากให้เค้าเป็นตัวของตัวเอง
เพราะการรู้เกณฑ์ก่อน....อาจจะมีการ act out ได้
และนี่คือเกณฑ์ตั้งแต่วินาทีที่เริ่มงานค่ะ
(1) ความตรงต่อเวลา เฟิร์นว่าอันนี้ปกติ แต่สิ่งที่ทำให้สิ่งนี้ไม่ปกติคือสิ่งที่กำลังจะเล่าต่อไปนี้ค่ะ.....ด้วยว่าสถานที่ทำงาน มันคือ "บ้าน" ของเฟิร์น เพราะฉะนั้นก่อนหน้าเวลาที่ระบุให้เริ่มงาน (ในที่นี้ 9.30) เป็นเวลาที่เฟิร์น "ยังไม่พร้อม" เปิดบ้านให้คนอื่นเข้ามา บางทีเราออกกำลังกายตอนเช้า บางทีเฟิร์นต้องไปซื้อของตอนเช้า บางทีเราแค่อยากเอนจอยอาหารเช้าแบบช้าๆ ก่อนเริ่มงาน.....เฟิร์นเลยไม่โอเค ถ้าจะมีใครมาถึงก่อนเวลาที่บอกนั้น (แต่ถ้า 5 นาทีเข้าใจได้นะคะ ไม่ได้ซีเรียสขนาดนั้น)
จริงๆเรื่องเวลาเข้างานเนี่ย....มีประสบการณ์อยากจะเม้าท์มากกว่านั้น เดี๋ยวลองคิดก่อนค่ะ ว่าจะแชร์เรื่องนี้ได้รึเปล่า :))
สรุปคือถ้ามาก่อนเวลาแบบก่อนตะโกน เฟิร์น -1 ค่ะ (แปรผันตาม ชม.ที่มาเร็ว)
(2) การช่างสังเกต....เวลาที่มีพี่ๆน้องๆ มาทดลองงาน เฟิร์นจะแค่บอกว่าล้างจานตรงไหน, ห้องน้ำอยู่ไหน, กินน้ำตรงไหน, ตะกร้อมือ พายยางอยู่ตรงไหน (มีเขียนบอกที่ลิ้นชักด้วย) นอกนั้นเฟิร์นหยิบเองทั้งหมดค่ะ เพราะฉะนั้นเวลาทำขนม ภาพที่คนอื่นเห็นน่าะจะคล้ายๆ นินจาค่ะ แบบแว๊บไปแว๊บมา หยิบนู่นที่นี่ ไปหยิบนั่นที่นั่น เพราะห้องที่เก็บอุปกรณ์วัตถุดิบ กับห้องที่ทำขนม จะอยู่คนละห้องกันค่ะ สำหรับเฟิร์น ถ้าคนๆนั้นช่างสังเกต เค้าจะเห็นว่าเฟิร์นหยิบอันนี้มาจากไหน สิ่งนี้เก็บที่ไหน และพอเก็บก็จะเก็บได้ถูกที่ ไม่งั้นเฟิร์นกลับมาหยิบอีกทีแล้วหาไม่เจอ.....เฟิร์นจะงงมากค่ะ
แต่ในอีกมุมนึง....ไม่รู้ก็สามารถถามได้นะคะ ไม่เคยให้เดาใจค่ะ :)
การช่างสังเกตมันส่งผลกับการทำงานตรงที่ว่า พอได้ทำงานด้วยกันแล้ว พอเห็นในช่องโหว่เพื่อช่วยเฟิร์นได้ ผู้ช่วยจะยื่นมือเข้ามาได้ทันที ยกตัวอย่างง่ายๆ ตอนเฟิร์นตัดเค้กเตรียมห่อ จะต้องใช้พื้นที่ น้องนิ้ง (ผู้ช่วยคนก่อน) สามารถจัดเรียงทุกอย่างให้เฟิร์นสะดวกที่สุดได้ โดยที่เฟิร์นไม่ได้พูดซักคำ....เพราะน้องสังเกตไงคะ ว่าจังหวะนี้ต้องทำอย่างงี้ จังหวะนี้ต้องส่งสิ่งนี้ให้ อะไรแบบนี้ค่ะ (แต่สังเกตทุกการกระทำ แต่พอถึงเวลาเราต้องใช้เท้าเปิดประตูแล้ว ยังไม่มาช่วย...อันนี้ก็ไม่ไหวนะคะ 5555)
(3) การพูดคุยกัน: เฟิร์นเป็น introvert หนักมากกกกทุกคน แต่ๆ พอมีคนมาอยู่ด้วย เฟิร์นก็คุยกับเค้า ถามนู่นถามนี่อยู่นะคะ เวลาทำขนมช่วงเช้า เฟิร์นจะชอบเปิดรายการต่อไปนี้ฟังค่ะ 1.กรรมกรข่าว 2.เที่ยงวันทันเหตุการณ์ 3. โหนกระแส (อื่นๆ ก็มีพวก podcast บ้างและเพลงบ้างค่ะ) พอระหว่างดูเราก็จะคุยๆ เม้าท์มอยกับเค้าปกตินี่แหละค่ะ แล้วพอเราเริ่มคุยมันก็จะเห็นความเชื่อ ทัศนคติ อะไรบางอย่างจากเค้าค่ะ เฟิร์นก็จะมาพิจารณาเอาทีหลังว่าเค้าตรงจริตเรามั้ย
การทำขนมเป็นงานที่ต้องใช้สมาธิสูงมาก ถ้าหลุดก็คือลืมไปเลยว่ายังไม่ได้ใส่อะไร เฟิร์นเลยต้องการ "คนที่จะสามารถอยู่ด้วยกันในความเงียบได้ โดยที่ไม่รู้สึกระแวงว่าเฟิร์นไม่โอเคอะไรรึเปล่า" สิ่งนี้ไม่มีเกณฑ์ชัดเจนค่ะ
คลิ๊กก็คือคลิ๊กเลย
(4) *******ดอกจันล้านตัวคือเรื่อง "ความสะอาด" ค่ะ อันนี้สังเกตง่ายสุด เพราะหน้าที่ช่วยหลักๆ คือการล้างใช่มั้ยคะ ปกติก็จะล้างคว่ำไว้ เฟิร์นรอให้เค้าแห้ง แล้วมาเก็บทีเดียวตอนเช้า หรือบางทีถ้าจะใช้เลยก็หยิบมาเช็ดให้แห้ง ช่วงเวลาของการเก็บสิ่งที่ตากไว้เข้าตู้คือช่วงเวลาที่จะได้เห็นหมดค่ะ ว่าใครล้างสะอาดหรือไม่สะอาด เฟิร์นพลิกดูทุกครั้ง จะมาสะอาดในโถตี แต่นอกโถและขอบโถมันย่องอยู่ไม่ได้เด็ดขาดค่ะ เพราะถ้าเจอหมายถึงว่าเฟิร์นจะต้องล้างใหม่ ก็เสียเวลาเฟิร์นอีก ถ้าเจอแบบนี้ -10 ได้เลยค่ะ
มีประมาณนี้เองค่ะ :))))
คนที่ใช่ ถ้าจะคลิ๊กก็คือคลิ๊กเนอะ