Ice Bakery ใครต้องการหรือมีสูตร เบเกอรี่ ขนม ไ?

รีวิว Hurom Chef เครื่องคั้นสกัดเย็นระบบเกลียวคั้นเดี่ยวแนวนอน ตัวล่าสุดของ Hurom ณ ขณะนี้(รีวิวนี้โพสต์เพื่อเป็นข้อมูลใ...
23/07/2016

รีวิว Hurom Chef เครื่องคั้นสกัดเย็นระบบเกลียวคั้นเดี่ยวแนวนอน ตัวล่าสุดของ Hurom ณ ขณะนี้
(รีวิวนี้โพสต์เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจซื้อ ไม่ได้เจตนาขายของหรือโจมตีแต่ประการใด)

ข้อมูลเครื่องเบื้องต้น:
รุ่น: Hurom Chef GH Series
กำลังไฟ: 200 วัตต์
ความเร็วรอบต่อนาที: 70 RPM (ลองวัดจริงด้วยMetronomeได้ 66 RPM)
ขนาด: ยาว 42 ซม. กว้าง 16 ซม. สูง 35 ซม
สายไฟ: ยาว 1.4 เมตร
น้ำหนัก: 6 กิโลกรัม
ใช้งานต่อเนื่อง: ไม่เกิน 30 นาที (พักเครื่องอย่างน้อย 10-15 นาที)
ราคาป้าย: 12,900฿ (ซื้อมา 11,610฿)

เครื่องคั้นระหว่างเกลียวแนวนอน และ เกลียวแนวตั้ง มีข้อดีข้อเสียอย่างไร?

เครื่องคั้นเกลียวแนวตั้ง:
-ใช้งานสะดวก + มีโถผสม + มีจุกก็อกเปิด/ปิด + มีพายยางคอยกวนผสมน้ำที่คั้น
- ใช้คั้นน้ำผลไม้หรือผักที่มีน้ำมากเป็นหลัก
- คั้นผักใบต่อเนื่องในปริมาณมากไม่ค่อยดี แต่ก็ทำได้
- คั้นผักเส้นใยสูง(เหนียว)ไม่ได้ ถึงมีคลิปที่บอกว่าทำได้ถ้าหั่นละเอียด แต่ก็คั้นออกมาได้ไม่มาก และไม่ดีต่อตัวเครื่องในระยะยาว
- มีตะแกรงกรองน้ำขนาดใหญ่ แต่ มีรูระบายกากขนาดเล็ก ทำให้ระบายน้ำได้ดีแต่ระบายกากได้ไม่ค่อยดี จึงต้องค่อยๆใส่ผักที่มีเส้นใยสูงช้าๆ
- ปรับแรงดันกากไม่ได้
- นำกากมาคั้นรอบสองไม่ได้ จะทำให้กากอุดตัน
- การพัฒนามีข้อได้เปรียบกว่าเกลียวแนวนอนตรงที่สามารถพัฒนาให้คั้นด้วยความเร็วที่ต่ำมากๆได้ เพราะมีแรงโน้มถ่วงช่วยดึงกากลงไปโดยแทบไม่ต้องกดผักผลไม่ลง และยังสามารถพัฒนาลูกเล่นไปได้อีกเรื่อยๆ
- สาเหตุที่ต้องส่งซ่อมอันดับต้นๆ คือ กากอุดตัน ทำให้เกลียวดันตัวขึ้น ทำให้เปิดฝาไม่ได้ แต่ปัญหาถูกแก้แล้วในรุ่นใหม่ เช่น H10 และ H21 (ไม่แน่ใจว่าแก้ได้จริงป่าว)
- ห้องคั้นล้างทำความสะอาดยากกว่าเล็กน้อย

เครื่องคั้นระบบเกลียวแนวนอน:
- ใช้คั้นผักใบเป็นหลัก
- ใช้คั้นผักเส้นใยสูงได้ดีเยี่ยม
- คั้นผักผลไม้เนื้อนิ่มต่อเนื่องได้ไม่ดี เช่น กีวี มะเขือเทศ สตรอว์เบอร์รี่ คั้นได้แก้วนึงก็จะเริ่มคายกากออกมาไม่ได้แล้ว
- เลือกปรับแรงดันกากตามความเหมาะสมของผักผลไม้ได้ ทำให้กากแห้งกว่าเกลียวแนวตั้ง
- เหมาะกับผู้ป่วย หรือ คนรักสุขภาพแบบจริงจัง เพราะผักผลไม้ที่มีฤทธิ์เป็นยาบำรุงส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มผักใบและผักเส้นใยเหนียว
- มีรูระบายกากขนาดใหญ่ แต่ มีตะแกรงกรองน้ำขนาดเล็ก (ภาพที่2) ทำให้ระบายกากได้ดีแต่ระบายน้ำได้ไม่ค่อยดี จึงต้องค่อยๆใส่ผักผลไม้ที่มีน้ำมากลงไปช้าๆ
- นำกากมาคั้นซ้ำได้เรื่อยๆจนแห้งสนิทโดยไม่ทำให้เครื่องอุดตัน
- มีกากตกค้างในเครื่องน้อยกว่า เพราะห้องคั้นไม่มีความซับซ้อน
- การพัฒนาเครื่องคั้นเกลียวแนวนอนเดินมาถึงทางตันแล้ว
- เนื่องจากเครื่องคั้นเกลียวแนวนอน เสียเปรียบที่ไม่มีแรงโน้มถ่วงช่วยดึงกาก จึงไม่ค่อยพัฒนามอเตอร์ให้มีความเร็วต่ำ ถึงมีก็จะไม่สะดวกต่อการใช้งานจริง
- อาจมีน้ำหยดเลอะเทอะ หากไม่รีบนำอะไรมารองเวลาเอาเหยือกออก
- อุปกรณ์ห้องคั้นล้างทำความสะอาดง่าย เพราะไม่มีชิ้นส่วนอะไรซับซ้อน

เครื่องคั้นน้ำระบบเกลียวแนวนอน คั้นผักผลไม้ได้ 5 ประเภท
1.ผักผลไม้เนื้อนิ่มกากใยต่ำ เช่น มะเขือเทศ กีวี สตรอว์เบอร์รี่ ฯลฯ
2.ผลไม้ที่ให้เนื้อนิ่มน้ำเยอะ เช่น ส้ม แตงโม สัปปะรด องุ่น ฯลฯ
3.ผักผลไม้เนื้อแข็ง เช่น แครอท แอบเปิ้ล มะละกอดิบ ฯลฯ
4.ผักกากใยอ่อน เช่น คะน้า กะหล่ำปลี บล็อคโครี่ ฯลฯ
5.ผักกากใยสูง/เหนียว/แข็ง เช่น ใบย่านาง ใบเตย ต้นอ่อนข้าวสาลี กระชาย ขิง กะทิ!! ฯลฯ

เครื่องระบบเกลียวแนวนอนนี้เกิดมาเพื่อคั้นประเภท 3,4,5 โดยเฉพาะ จะคั้นประเภทที่ 2 ก็ได้ กากแห้งสนิทมาก แต่! ต้องใจเย็นๆค่อยๆใส่ทีละชิ้นช้าๆ เพราะมีตะแกรงกรองน้ำมีขนาดที่เล็ก มิเช่นนั้นจะทำให้น้ำและเนื้อล้นเกลียวจนไม่สามารถระบายกากออกได้ หรือคั้นประเภทที่ 1 ก็ได้ แต่ไม่ดีเท่าเครื่องคั้นเกลียวแนวตั้ง เพราะผักผลไม้ประเภทนี้แทบจะไม่มีกากให้เครื่องดันออกมาเลย แนะนำอย่าคั้นเกิน1แก้ว เพราะตะแกรงกรองน้ำมีตาที่ถี่และขนาดที่เล็ก เพื่อไม่ให้กากอุดตันแนะนำให้คั้นสลับกับประเภทที่ 4,5 เพื่อช่วยระบายกากที่เละๆอยู่ข้างในได้ดีขึ้น

ปริมาณ%ของน้ำที่คั้นออกมาได้ก็ขึ้นกับประเภทของผักผลไม้ ความสดใหม่ และ ฤดูกาล เช่น
สัปปะรด คั้นน้ำได้ 98% ของน้ำหนัก (คิดจากเนื้อสัปปะรด 1,000 กรัม คั้นน้ำได้ 980 กรัม!!!)
คะน้า 91% (หากคั้นวน2รอบ กากจะแห้งเป็นผุยผง)
องุ่น 90% (น้ำหนักหายไปกับเมล็ด กากแห้งสนิท หากไม่มีเมล็ดน้ำคงมากกว่านี้แน่นอน)
ขิง 84%
กะหล่ำปลี 83%
ใบบัวบก 82%
มะเขือเทศ 74% (จะเกลียวตั้งหรือเกลียวนอนกากก็แฉะเป็นเรื่องปกติ)
แครอท 63% (ถึงได้น้ำน้อย แต่กากแห้งสนิทนะ)

ผลไม้ที่มีเนื้อเป็นครีมๆจะไม่เหมาะกับการคั้นน้ำกับเครื่องคั้นน้ำทุกประเภท เช่น มะละกอสุก มะม่วงสุก ฝรั่งสุก กล้วย เนื้อทุเรียน แก้วมังกร เนื้อมะขาม เนื้ออินทผาลัม หากคั้นจะได้ผลไม้บดแทนน้ำผลไม้ (เหมาะกับเอาไปปั่นกินมากกว่า)

วัตถุดิบที่ไม่ควรนำมาคั้นหรือบด:
องุ่นที่เมล็ดใหญ่(ควรเลือกพันธ์ไร้เมล็ดหรือเมล็ดเล็ก) ฝรั่ง(ควรเอาเมล็ดออก) มะขาม ทุเรียน(คั้นทำไม) ถั่วดิบ(ควรแช่น้ำหรือคั่วก่อน) ข้าวดิบ(ควรแช่น้ำก่อน) อบเชย น้ำตาล เกลือ พริกไทยดำ อ้อย เห็ดแห้ง โสมแห้ง สมุนไพรจีนที่แห้งและแข็ง
สามารถใช้บดอาหารที่มีเมล็ดแข็ง เช่น ถั่วคั่ว เมล็ดกาแฟ น้ำแข็ง ได้ แต่!!! คู่มือบอกว่าอายุการใช้งานของอุปกรณ์จะสั้นลง (อ้าว)

ข้อเสียหลักที่พบ:
-ตะแกรงกรองน้ำมีให้แบบเดียว คือ ตะแกรงแบบรูละเอียด
-ตะแกรงกรองน้ำมีขนาดเล็กมากเมื่อเทียบกับเครื่องคั้นเกลียวแนวตั้ง หากต้องการคั้นผลไม้เนื้อนิ่มหรือผลไม้น้ำมาก เช่น องุ่น สัปปะรด ต้องค่อยๆใส่ไปทีละชิ้น มิเช่นนั้นจะทำให้เละเทะอยู่ในห้องคั้นและไม่สามารถระบายกากออกมาได้ หากคั้นผลไม้เนื้อนิ่มต่อเนื่องสัก5-10นาทีหัวกรองอาจอุดตันได้ ต้องเสียเวลาเอาออกมาล้าง วิธีแก้คือ ต้องคั้นสลับกับผลไม้เนื้อแข็งหรือผักใบ เช่น แอบเปิ้ล แครอท คะน้า เพื่อไล่กากเนื้อนิ่มๆไม่ให้หัวกรองอุดตัน
-ความเร็วรอบยังสูง หากเทียบกับรุ่นอื่นๆ แต่ก็ไม่ได้สร้างปัญหาใดๆ

อุปกรณ์เสริม: อุปกรณ์บดอาหาร/หัวทำเส้นพาสต้า
ทำอะไรได้บ้าง?>>> บดเนื้อทุกชนิด(ควรเป็นเนื้อแช่แข็งจะทำให้ไขมันจากเนื้อไม่ละลายไหลออกมา) บดเครื่องเทศ(ที่ไม่แข็งเกินไป) ทำไอศกรีมจากน้ำผลไม้แช่แข็งและผลไม้แช่แข็ง เค้กข้าว เส้นพาสต้า3แบบ เส้นใหญ่(spaghetti) เส้นเล็ก(angel hair) เส้นแบน(fettuccine)

ให้คะแนน
คั้นผักใบ: ให้ไม่ต้องคิดเลย 10/10
คั้นผลไม้ที่มีน้ำมาก: ต้องค่อยๆใส่เพราะจะทำให้เละตุ้มเป๊ะ แต่กากก็แห้งสนิทดี ไม่ใช่ไม่ดี 9/10
คั้นผักผลไม้เนื้อนิ่ม: ถือว่าเป็นเครื่องช่วยฝึกความอดทน แต่ก็พอคั้นได้นะ 7/10
คุณภาพน้ำที่คั้นได้: น้ำไม่ซีดลงหรือเปลี่ยนสีจากวัตถุดิบเลย 10/10
กากตกค้าง: มีบ้างเล็กน้อย ในระดับที่รับได้ 9/10
ความสะดวก: ก็ไม่ถึงกับไม่สะดวก ก็แค่สู้เครื่องเกลียวแนวตั้งไม่ได้ 9/10
การถอดประกอบ: ง่ายมากๆ 10/10
ความทนทาน: วันแรกคั้นองุ่นที่มีเม็ดแข็งไป เกลียวอัลเทมมีรอยขูดเลย นั่งใจเสียอยู่พักนึง แต่ถ้าไม่สังเกตก็ไม่เห็นรอย และทุกยี่ห้อก็ใช้อัลเทมเหมือนกันหมด (งั้นผิดที่กูเอง) 7/10
ทำพาสต้า: น่าประทับใจมาก กลายเป็นเรื่องง่ายทันที แป้งตกค้างน้อยมาก (เศษแป้งรวมแล้วเท่าใข่นกกระทา) เศษแป้งเหลือน้อยกว่าเครื่องทำพาสต้าอีก 10/10
บดเนื้อ: เนื้อวัวต้องบด2รอบ บดเอ็นไม่ขาด 8/10
ทำไอศกรีมผลไม้: ยังไม่ลอง... คิดว่าคงไม่ได้ใช้ฟังชั่นนี้... เพราะบ้านมีเครื่องทำไอศกรีม...
เมนูอาหารที่แถมมา: มีมั่วอยู่หลายเมนู เช่น อุด้ง(น้ำต้อง80มล.ไม่ใช่800) เบอร์เกอร์(ควรผัดหอมก่อนบดรวมกับเนื้อ) งั้นเครื่องนี้คงเหมาะกับเชฟสมชื่อ ไม่ใช่มือใหม่หัดทำอาหาร 8/10
ล้างทำความสะอาด: ถึงหลายชิ้นหน่อย แต่ก็ล้างง่ายดี ไม่มีชิ้นไหนล้างยาก เพื่อความง่ายควรมีแปรงล้างขวดด้วย 9/10
การออกแบบ: ดูคล้ายๆเครื่องทำกาแฟยังไงไม่รู้ เหมาะกับบ้านหรือห้องหรือร้านสไตล์เรโทรมากๆ ดูเลอค่าดี แต่ไม่ชอบ(ซะงั้น) ต่างจากยี่ห้ออื่นดูเหมือนเป็นของเด็กเล่นหรือเครื่องมือช่างหรืออะไรซักอย่าง 9/10
ความปลอดภัย: ไม่มีเซฟตี้ใดๆ เด็กสามารถล้วงนิ้วขาดได้ ไม่เหมาะกับเด็กเลย แต่คู่มือบอกละเอียดชัดแล้ว (ถ้าเด็กโดนมีดบาดคงไม่มีใครโทษมีด งั้นไม่หักคะแนน)
เสียงเครื่อง: ตอนซื้อให้พนักงานลองเปิดเครื่อง เขาบอก"เครื่องทำงานอยู่ครับ" (คือมึงแอบเปิดตอนไหน) 10/10
บริการหลังการขาย: ยังไม่รู้... ยังไม่เสีย... และไม่ต้องการใช้บริการ... ได้ข่าวว่าไม่ค่อยดี... (รึป่าวนะ?)
*** คะแนนเฉลี่ย 8.9/10 ***

ใครมีข้อสงสัยอะไรก็ถามได้ครับ ผมจะตอบเท่าที่ตอบได้ครับ

ปล. ตอนซื้อตั้งใจไปซื้อ Hurom h21 (เกลียวแนวตั้ง) เพราะเกลียวแนวนอนยี่ห้อดีๆมีราคาที่สูงกว่ามาก แต่พอไปเจอรุ่นนี้เข้าเลยกลับมาตั้งหลักหาข้อมูลอีกวันนึง เพราะพึ่งออกมาใหม่สดๆร้อนๆ ในราคาที่เท่าๆกัน (ถูกกว่าH21) และยังไม่ลงฐานข้อมูลอะไรเลยในเวปไทย ดูเวปนอกก็ยังไม่มีรีวิวเปรียบเทียบเลย และมีความเร็วรอบที่ต่ำกว่าเครื่องเกลียวนอนยี่ห้อยอดนิยม บวกกับภรรยาต้องการเครื่องทำเส้นพาสต้ามานานแล้ว จึงตัดสินใจตายดาบหน้าเลือกซื้อเครื่องนี้ เพราะตรงกับงบประมาณและความต้องการมากที่สุด การใช้งานก็น่าพอใจดี เพราะต้องการเน้นคั้นผักใบเป็นหลักอยู่แล้ว จึงไม่รู้สึกเฟลอะไรกับพวกมะเขือเทศอะไรพวกนี้

ปปล. แนะนำว่า ให้ศึกษาข้อมูลก่อนซื้อ ดูว่าคุณเหมาะกับเครื่องประเภทไหน อย่าไปเชื่อพนักงานขายมากนัก เค้ามักจะบอกว่าคั้นได้หมด บดได้สารพัดนึก อย่าไปเชื่อ เครื่องสกัดเย็นที่คั้นได้แบบไม่มีข้อจำกัดเป็นแบบระบบไฮโดรลิค(ใช้ในระดับอุตสาหกรรม) ไม่ใช่ระบบเกลียวคั้น และถึงเกลียวบดจะเป็นวัสดุที่แข็งแรง แต่มันก็คือพลาสติกชนิดนึง หากเอาไปบดของแข็งก็อาจสร้างความเสียหายได้

ปปปล. หากต้องการทำเป็นอาชีพเสริมหรือทำเป็นเมนูน้ำในร้าน แนะนำให้ซื้อมา2เครื่องสลับกันใช้ เพราะมอเตอร์เครื่องพวกนี้ทำงานอยู่กับแรงต้านจึงร้อนเร็วมาก และต้องพักเครื่องนาน เครื่องเดียวไม่ไหวแน่ๆ อาจซื้อเครื่องเกลียวตั้งและเกลียวนอนอย่างละเครื่องก็ดี เพื่อใช้ได้เต็มศักยภาพและเลี่ยงจุดด้อยของเครื่อง เช่น เกลียวนอนใช้คั้นผัก เกลียวตั้งใช้คั้นผลไม้

ปปปปล. ควรเลือกใช้วัตถุดิบออร์แกนิก หรือไม่ก็ ควรใช้ควบคู่กับเครื่องล้างผักผลไม้โอโซน สมัยนี้ไว้ใจอะไรไม่ได้ สตรอว์เบอร์รี่ออร์แกนิกยังตรวจพบสารปนเปื้อนเลย และเพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพของคุณเองนะครัช

12/09/2015

วิธีเลือกซื้อเตาอบ (เคล็ดลับก้นครัว) วันนี้อาร์มมีวิธีการเลือกซื้อเตาอบมาฝากกันครับ หลายคนคงสงสัยกันว่าเตาอบมีแบบไหนบ้าง แล้วการใช้งานเป็นอย่างไร เลือกแบบไหน...

ไอศกรีมราสเบอร์รี่ชีสโยเกิร์ต(น้ำหนักรวม1กก.)((ใช้บลูเบอร์รี่แทนได้))ส่วนผสม-เนื้อราสเบอร์รี่(บดกรองกากและเมล็ดด้วยกระชอ...
07/08/2015

ไอศกรีมราสเบอร์รี่ชีสโยเกิร์ต
(น้ำหนักรวม1กก.)
((ใช้บลูเบอร์รี่แทนได้))

ส่วนผสม
-เนื้อราสเบอร์รี่(บดกรองกากและเมล็ดด้วยกระชอน) 60 กรัม
- ครีมชีส 90 กรัม
-โยเกิร์ต 270 กรัม (แบ่งเป็น2ส่วน 180+90)
-วิปครีม 310 กรัม
-นมสดจืด 150 กรัม
-น้ำตาลทราย 85 กรัม
-แบะแซ(กลูโคสไซรัป) 30 กรัม
-ผงไอศกรีม 5 กรัม (หากใช้cmc ใช้เพียง 2-3 กรัม)

วีธีทำ
1.ผสมนมสด แบะแซ น้ำตาล ตั้งไฟอ่อน พอผสมเข้ากันดีก็ยกลง ผสมผงไอศกรีม พักให้เย็น
2.ตีวิปครีมพอขึ้นฟู ผสมโยเกิร์ต180กรัม ราสเบร์รี่ และส่วนผสมข้อ1
3.นำส่วนผสมไปพักไว้(บ่ม)ในตู้เย็นช่องธรรมดา 4-6 ชม. จนเย็นจัด เพื่อให้ส่วนผสมเซ็ทตัว
4.เทใส่เครื่องทำไอศกรีม
5.ระหว่างรอเครื่องปั่นไอศกรีม ตีครีมชีสด้วยความเร็วต่ำสุดให้เนียนฟู และตีผสมกับโยเกิร์ตที่เหลือ(90กรัม)จนเนียนเข้ากันดี แล้วนำไปแช่เย็นเพื่อรอผสมกับไอศกรีมที่กำลังปั่น
6.เมื่อปั่นไอศกรีมจนแข็งตัวแล้ว ก็ตักใส่ภาชนะสลับกับครีมชีสที่เตรียมไว้ แล้วนำเข้าช่องฟรีส4-6ชม. เพื่อให้ไอศกรีมแข็งตัวพร้อมตัก

ป.ล.หากไม่ใช้เครื่องทำไอศกรีม ก็ใช้วิธีนำเข้าช่องฟรีส 1 ชม. แล้วนำออกมาขูดทุกๆครึ่งชั่วโมงไปเรื่อยๆ (ประมาณ6-8ครั้ง) แล้วนำชีสที่ตีไว้มาผสมในรอบสุดท้าย

รีวิวเครื่องผสมอาหาร Bosch Maxximum (MumXL20C)- ราคาป้าย: 43,900฿  ราคาห้าง: 39,900  (ราคาขายจริงดู ณ จุดจำหน่าย)- กำลัง...
18/06/2015

รีวิวเครื่องผสมอาหาร Bosch Maxximum (MumXL20C)

- ราคาป้าย: 43,900฿ ราคาห้าง: 39,900 (ราคาขายจริงดู ณ จุดจำหน่าย)
- กำลังไฟ 1600 วัตต์
- ตัวเครื่องหนัก 12 กก. โถปั่นหนัก 1 กก. โถแก้วหนัก 2 กก.
- สีน้ำตาล(มีสีเดียว)
-โถปั่นแก้วจุ 1.75 ลิตร (ร้อน/เย็น)
-โถผสมทำจากสแตนเลสสตีล ความจุ(ปั่นได้จริง) 5.4ลิตร
- มีหัวผสม3แบบ หัวตะขอ หัวตะกร้อ หัวใบไม้(ซิลิโคน)
- หัวตะกร้อสามารถขันน็อตปรับระดับได้
- ปรับความเร็วได้ 7 ระดับ หัวตะกร้อ1-7 หัวใบไม้1-5 หัวตะขอ1-3
- ตีวิปครีมได้ 200-1,500 กรัม ได้ใน 4-7 นาที
- ตีไข่ขาวได้ 2-12 ฟอง ได้ใน 2-6นาที (ถึงโถจะใหญ่แต่ก็ไม่ต้องห่วงหากส่วนผสมน้อย)
- ตีเค้กได้ไม่เกิน 3.5 กก.
- นวดแป้งโดว์ได้ไม่เกิน 3 กก. (2.5-3กก.เป็นเพดานน้ำหนักแป้งที่นวดทั่วไปอยู่แล้ว)
- ตัวเครื่องทำจากอลูมิเนียมแข็งแรงทนทาน
- มีขายางยึดติดกับพื้นแนนไม่โยกเยกสั่นไหวเมื่อตีแป้ง
- เสียงเบากว่าทุกเครื่องทึ่เคยลองในห้าง
- เป็นยี่ห้อเดียวที่ผสมอาหารด้วยการเคลื่อนไหวแบบ 3D Planetary
- มีฟังชั่นการใช้งานกว่า120ฟังชั่น(ต้องซื้ออุปกรณ์เสริมเพิ่ม
- ระบบรักษาความปลอดภัยรอบด้าน
- Made in Slovenia

ข้อดีที่ยี่ห้ออื่นไม่มีแน่นอน
- การผสมอาหารคล้ายกับการเคลื่อนไหวของมือและข้อมือคน และสัดส่วนของฐานกว้างมากเมื่อเทียบกับส่วนสูง และมียางยึดกับพื้นแน่น ทำให้เวลาผสมตัวเครื่องจะนิ่งมาก เนื่องจากไม่มีแรงเหวี่ยงเหมือนยี่ห้ออื่นๆ หากนวดแป้งก็ไม่ต้องห่วงเรื่องเครื่องล้มเครื่องกระโดดหรือเครื่องเดินได้ เหมือนอย่างที่เห็นชินตากับทุกยี่ห้อ
- นวดแป้งได้ดีมาก เทียบเท่าเครื่องนวด2แขน เนื่องจากแป้งโดว์ไม่จับตัวเป็นก้อนติดหนึบนิ่งอยู่ที่หัวนวด แป้งจะเคลื่อนไหวตลอดในการนวด นวดโรตี ซาลาเปา หรือแป้งเหนียวๆได้สบาย ไม่ต้องคอยจับเครื่องเลย
- เป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดในวงการเครื่องผสมอาหาร
- ไม่ต้องคอยหยุดเครื่องเพื่อปาดขอบ เพราะส่วนผสมถูกกวาดและผสมอย่างทั่วถึง ทั้งขอบโถยันก้นโถ
- ระบบมอเตอร์เป็นแบบเฟืองล้วนๆไม่ใช้สายพาน จึงมีเสียงที่เบากว่าและแข็งแรงคุ้มค่าวัตต์
- เนื่องจาก Bosch เป็นยี่ห้อที่ผลิดอุปกรณ์ช่างที่มีชื่อเสียงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว สามารถผลิตอะไหล่เองได้ทุกชิ้น จึงทำให้ผลิตเครื่องมีคุณภาพสูงได้โดยที่ราคาไม่แพง เมื่อเทียบกับตัวท็อปๆของยี่ห้ออื่นๆแล้ว ถือว่า Bosch ราคายังถูกกว่าเกือบครึ่ง

ข้อด้อย
- วัสดุตัวเครื่องสู้บางยี้ห้อที่ทำจากไทเทเนี่ยมไม่ได้
- รูปร่างรูปทรงดูๆแล้วคล้ายกับว่าไม่แข็งแรง (แต่แข็งแรงมาก) และแปลกตาเมื่อเทียบกับยี่ห้ออื่นๆ เพราะเป็นยี่ห้อที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูง
- ไม่มีอุปกรณ์เสริมหั่นซอยผักหรือกระเป๋าให้เหมือนรุ่นอื่นๆ (แต่ดันมีช่องวางอุปกรณ์เสริมในกล่องฟ)
- มีอุปกรณ์แถมมาน้อย (ตัวเครื่อง+โถปั่น+ฝาปิดโถ+โถปั่นแก้วร้อน/เย็น+หัวปั่น3หัว)
- รุ่นนี้สายไฟไม่สามารถม้วนเก็บอัตโนมัติ (Automatic Cable Rewire) เราต้องยัดกลับเข้ารูเองแบบ*อัตโนมือ* (อย่าสับสนกับบางรุ่นที่ทำได้)
- ไม่ต้องแปลกใจหากไม่เห็นเชฟดังๆหรือคนมีชื่อเสียงใช้ เพราะยังไม่ได้ตีตลาดในไทยเบ็ดเสร็จเหมือนบางยี่ห้อ

ที่มารีวิวเพราะเครื่องนี้สำหรับผมแล้วถือเป็นเครื่องผสมอาหารที่ดีมีคุณภาพ และอยากให้ใช้ของดีๆมีคุณภาพ ราคาไม่แพง(เทียบคุณภาพแล้วถูกกว่ายี่ห้ออื่นมาก) อย่าซื้อตามแรงเชียร์ แฟชั่น หรือเล่ห์กลกลทางการตลาด เครื่องครัวBoschอาจจะยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในไทย ทั้งที่เป็นยี่ห้ออันดับ1ในยุโรป และยังเป็นยี่ห้อที่เป็นที่ลังเลและถกเถียงกันในกลุ่มคนทำอาหารตามเว็ปบอร์ดไทยต่างๆ และรูปทรงที่แปลกตาดูไม่มั่นใจในความแข็งแรง หรือเพราะยี่ห้อนี้ในไทยพึ่งเริ่มเจาะกลุ่มคนทำอาหารมาไม่นานนี้เอง และไม่ได้มีการตลาดเชิงรุกเหมือนยี่ห้อคิทๆอะไรซักอย่างนี่จนแทบเป็นยี่ห้อเดียวที่คนไทยนึกถึง ทั้งที่ตัวรุ่นท็อปก็ได้คะแนนจากการใช้งานแค่ระดับปานกลางและพอใช้เท่านั้น แถมราคายังล้ำหน้ายี่ห้ออื่นไปไกล ส่วนยี่ห้อเคนๆอะไรนี่ก็ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพเครื่องและวัสดุตัวเครื่องที่ทำจากไทเทเนี่ยม(ทำลายไม่ได้)แต่เรื่องการใช้งานจริงก็ยังต้องเจอปัญหาเรื่องเดิมเหมือนๆยี่ห้ออื่น แต่สำหรับBoschกลุ่มช่างก่อสร้างคงรู้จักและมั่นใจยี่ห้อนี้ดีอยู่แล้วในเรื่องของความอึดทนไม้ทนตีน ที่สำคัญผลิดและQCในยุโรป และยังเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดในวงการเครื่องผสมอาหาร

ป.ล.ผมไม่ได้รับผลประโยชน์ใดๆจากการรีวิวนี้ ทั้งทางตรงและทางอ้อม

ป.ป.ล.ใครมีข้อสงสัยการใช้งานถามมาได้ครับ

โยเกิร์ตบัลแกเรียโฮมเมดส่วนผสม: (ไม่ซีเรียสเรื่องสัดส่วน)โยเกิร์ตบัลแกเรียรสธรรมชาติ 1 กล่อง (หรือโยเกิร์ตที่ชอบรสธรรมชา...
21/02/2015

โยเกิร์ตบัลแกเรียโฮมเมด

ส่วนผสม: (ไม่ซีเรียสเรื่องสัดส่วน)
โยเกิร์ตบัลแกเรียรสธรรมชาติ 1 กล่อง (หรือโยเกิร์ตที่ชอบรสธรรมชาติ)
นมสด 630 มล.
นมผง(หางนมผงจะดีกว่า) 20 ก. (ใส่ให้เนื้อเนียนขึ้น ไม่มีไม่ต้องใส่)

วิธีทำ:
ตุ๋นนมให้ร้อน (ไม่มีหม้อตุ๋นก็ซ้อนหม้อเอา หม้อ2ใบห้ามสำผัสกัน ใส่น้ำระหว่างกลาง)
(เวฟหรือต้มไฟอ่อนก็ได้ แต่ต้องคนตลอดเพราะนมจะไหม้ สรุปตุ๋นดีที่สุด)
เทนมผงแล้วคนให้ละลาย
เมื่อเริ่มเห็นฟองปุดเล็กๆ ให้จับเวลา 5 นาที แล้วยกลง
((อุณหภูมิสำคัญมาก ต้องอุณหภูมิเกือบเดือด))
หรือถ้ามีเทอร์โมฯ ให้จับเวลา5นาทีเมื่ออุณหภูมิเมื่อถึง90-95c แล้วยกลง
พักให้พออุ่นๆ(มือจับได้นาน) แล้วเทโยเกิร์ต แล้วคนเบาๆให้ละลาย
จะเทใส่ภาชนะอื่นก็ได้ แต่ต้องระวังตอนเท
อย่าทำให้เกิดฟอง เพราะจะได้โยเกิร์ตที่เนื้อไม่เนียนสวย
บ่มโยเกิร์ตในภาชนะปิดสนิท ภาชนะต้องสีทึบ และวางไว้ที่อุ่น(อุณหภูมิห้องเมืองไทย)
(ไม่มีภาชนะทึบ ก็วางไว้ที่มืด หรือหาอะไรมาปิดไว้)
ทิ้งไว้(บ่มไว้) 6-10 ชม. (8ชม.กำลังดี) ห้ามขยับภาชนะเด็ดขาดเพราะเนื้อจะไม่เนียน
ต้องการเปรี้ยวก็ทิ้งไว้นานอีกหน่อย
แล้วก็เชิญรับประทานตามชอบ
เนื้อและรสของโยเกิร์ตที่ได้จะเหมือนโยเกิร์ตบัลแกเรียเป๊ะๆ
เหมือนไปขโมยมาจากโรงงานกันเลยที่เดียว

เชอร์เบทอ้อยส่วนผสมน้ำอ้อย 940 กรัม (อุณหภูมิห้อง)แบะแซ 50 กรัมCMC 10 กรัม (1 ช้อนโต๊ะ)น้ำตาลทรายตามชอบ ปรุงให้หวานกว่าท...
07/12/2014

เชอร์เบทอ้อย

ส่วนผสม
น้ำอ้อย 940 กรัม (อุณหภูมิห้อง)
แบะแซ 50 กรัม
CMC 10 กรัม (1 ช้อนโต๊ะ)
น้ำตาลทรายตามชอบ ปรุงให้หวานกว่าที่ต้องการ (ความเย็นจะทำให้ความหวานหายไปมาก)
เกลือ 1/4 ช้อนชา

วิธีทำ
- นำ CMC มาคลุกน้ำตาล
- หากน้ำอ้อยมีความหวานมากๆ ก็ควรใส่น้ำตาลเล็กน้อย เพื่อให้ CMC ไม่จับตัวเป็นก้อนไตเมื่อละลายน้ำ
- นำส่วนผสมทั้งหมดไปปั่นละลายกับน้ำอ้อย แล้วพักไว้อย่างน้อย 5 นาที
- นำไปแช่ฟรีส 1 ชม.
- นำออกมาปั่นทุกๆครึ่งชั่วโมง (2-5ครั้ง) จนเนื้อเนียน
- นำไปแช่ฟรีสต่อจนแข็งตัวเป็นไอศกรีม

ปล.น้ำอ้อยแม้จะเป็นน้ำแข็งแล้วก็ยังเสียง่ายมาก ควรทานให้หมดใน 3 วัน

ปปล.CMC (carboxy methyl cellulose) คือสาร(ผง)ให้ความข้นเหนียว สกัดจากพืช(ล้วนๆๆๆ) ให้ความเหนียวมากกว่าแป้งข้าวโพดหลาาายเท่า ให้ความคงตัวได้นานกว่ามาก โดยไม่ต้องนำไปต้มหรือเคี่ยว ใช้ในปริมาณน้อย(ใช้ในไอศกรีมเพียง1-2%) ละลายได้ในน้ำอุณหภูมิห้องหรือแม้แต่น้ำเย็น (หากใส่มากไปไอศกรีมอาจกลายเป็นหมากฝรั่งได้) หาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์เบเกอรี่ขนาดใหญ่ เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีสารเคมีมักใช้ในชื่อไทยว่า "แป้งเหนียวไอติม" หรือ "แป้งเหนียวCMC"

เชอร์เบทง่ายๆจากน้ำหวานสำเร็จรูป(จากภาพใช้น้ำบลูฮาวายผสมน้ำโยเกิร์ต)ส่วนผสมน้ำหวานสำเร็จรูปตามชอบ(ผสมตามสัดส่วนข้างขวด) ...
05/12/2014

เชอร์เบทง่ายๆจากน้ำหวานสำเร็จรูป
(จากภาพใช้น้ำบลูฮาวายผสมน้ำโยเกิร์ต)

ส่วนผสม
น้ำหวานสำเร็จรูปตามชอบ(ผสมตามสัดส่วนข้างขวด) 800 กรัม (ใช้น้ำร้อนผสม)
CMC 10 กรัม (หากไม่ใส่เนื้อไอศครีมจะเป็นเกล็ด)
น้ำตาลทราย 130 กรัม (ไม่มี CMC ให้ใช้น้ำตาล 180กรัม)
แบะแซ 55 กรัม
กรดซิตริก 1/4 ช้อนชา (ไม่มีไม่ต้องใส่)
เกลือ 1/4 ช้อนชา

วิธีทำ
- นำของแห้ง (CMC เกลือ กรดซิตริก น้ำตาล) คลุกให้เข้ากัน
- นำของแห้ง และ แบะแซ ไปละลายกับน้ำหวานสำเร็จรูปที่กำลังร้อนๆ
- พักให้เย็น แล้วนำไปแช่ฟรีส 1 ชม.
- นำออกมาปั่นทุกๆครึ่งชั่วโมง (2-5ครั้ง) จนเนื้อเนียน
- นำไปแช่ฟรีสต่อจนแข็งตัวเป็นไอศกรีม

http://youtu.be/4qzVCaHkGvM
05/10/2014

http://youtu.be/4qzVCaHkGvM

กบนอกกะลา 5 ตุลาคม 2557 กบนอกกะลา 5 ต.ค. 2557 กบนอกกะลา 5 ต.ค. 57 กบนอกกะลา ไอศกรีม กบนอกกะลา 5 October 2014 kobnokkala 5October2014 กบนอกกะลา 5 ตุลาคม 2557 ...

http://youtu.be/04zbbgZftCc
28/09/2014

http://youtu.be/04zbbgZftCc

กบนอกกะลา 28 กันยายน 2557 กบนอกกะลา 28 ก.ย. 2557 กบนอกกะลา 28 ก.ย. 57 กบนอกกะลา ไอศกรีม Kobnokkala 28 September 2014 กบนอกกะลา 28 กันยายน 2557 ไอศกรีม full ก...

ไอศกรีมกะทิชาเขียว (สูตรไม่ใส่วิปครีม,ผงไอติม,sep,cmc)ส่วนผสม:ผงชาเขียวแบบละเอียด 20 กรัม (หากมีแบบหยาบให้ปั่นกับน้ำตาล ...
18/09/2014

ไอศกรีมกะทิชาเขียว (สูตรไม่ใส่วิปครีม,ผงไอติม,sep,cmc)

ส่วนผสม:
ผงชาเขียวแบบละเอียด 20 กรัม (หากมีแบบหยาบให้ปั่นกับน้ำตาล จะได้ผงแบบละเอียด)
หัวกะทิ 750 กรัม (หากคั้นกะทิเอง ให้ใช้เนื้อมะพร้าวขูด 900 กรัม) ((ใช้กะทิกล่องก็ได้))
น้ำตาลทราย 200
แป้งมัน 30 กรัม (นำไปละลายในน้ำ 30 กรัม)
หัวนมผง(นมผง) 30 กรัม
หางนมผง 30 กรัม
น้ำร้อน 180 กรัม
เกลือ 1/4 ช้อนชา
อาจใส่เนื้อสัมผัสตามชอบ เช่น รวมมิตร ลอดช่อง ขนุนฉีก ไข่มุก ฯลฯ

วิธีทำ:
ส่วนที่1
-นำกะทิ, น้ำตาล, หางนมผง, หัวนมผง, เกลือ นำมาผสมให้ละลายเข้ากัน
ส่วนที่2
-นำแป้งมันที่ละลายน้ำแล้ว ค่อยๆเทลงน้ำร้อน ระหว่างเทก็คนอย่างต่อเนื่อง
-คนเรื่อยๆจนแป้งสุก
นำส่วนที่1และ2 ผสมจนเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำไปเคี่ยวด้วยไฟปานกลาง 3-5 นาที แล้วปิดไฟ และใส่ผงชาเขียวขณะกำลังร้อน คนจนเข้ากัน นำใส่ภาชนะแล้วพักให้หายร้อน แล้วนำเข้าช่องฟรีส 2-3 ชั่วโมง หรือจนไอศกรีมเริ่มแข็งตัว
จากนั้นนำออกมาขูดทุกๆครึ่งชั่วโมง ด้วยช้อนหรือส้อม(แบบหนา)
นำออกมาขูดสัก 3-5ครั้ง จนเริ่มแข็งตัวดี (ขึ้นกับศักยภาพช่องฟรีส)
ใส่เนื้อสัมผัสในการขูดครั้งสุดท้าย แล้วนำไปแช่ฟรีสต่ออีก 1-3 ชั่วโมง ก่อนเสิร์ฟ

ที่อยู่

อ. ระแงะ
Changwat Narathiwat
96000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Ice Bakeryผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์