08/10/2014
ถึงบ้านกันรึยัง ก่อนจะอาบน้ำ อยากให้อ่านก่อน แปร๊บบบเดียว
แบคทีเรียที่ฝังติดอยู่ในฝักบัว
มีปริมาณสูงกว่าแบคทีเรียในน้ำทั่วไปถึง 100 เท่า
นอร์แมน เพซ นักจุลชีววิทยา มหาวิทยาลัยโคโลราโด สหรัฐ
ระบุว่า หัวฝักบัวอาจเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคก่อโรคปอดโดยไม่รู้ตัว
เพซและทีมงานสุ่มตรวจวิเคราะห์หัวฝักบัว 50 หัว ทั้งฝักบัวในบ้าน
ห้องน้ำสาธารณะ อพาร์ตเมนต์จากเมืองต่าง ๆ 9 เมือง
พบว่า ร้อยละ 30 มีเชื้อ "มัยโคแบคทีเรียม เอเวียม" ปนเปื้อนอยู่มาก
ตามปกติเชื้อตัวนี้พบในน้ำประปาทั่วไป
แต่สะสมอยู่ในหัวฝักบัวมากกว่าระดับที่พบในน้ำประปา 100 เท่า
"หากใบหน้าโดนน้ำโดยตรงในครั้งแรกที่เปิดฝักบัว
อาจทำให้ได้รับเชื้อมัยโคแบคทีเรียม เอเวียม สูงมาก
กระทั่งก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ"
การศึกษาของทีมแพทย์ชุดนี้ ที่นำโดยนาย นอร์แมน เพซ
นักจุลชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยโคโลราโด
มีขึ้นหลังจากนักวิจัยในโรงพยาบาล แห่งชาติยิวในเมืองเดนเวอร์ ของสหรัฐ ตรวจพบผู้ติดเชื้อในปอดจากกลุ่มผู้ที่ใช้ฝักบัวอาบน้ำ
มีจำนวนมากกว่ากลุ่มตักน้ำในถังอาบ
โดย ผู้ติดเชื้อโรคจะมีอาการเหนื่อยง่าย ไอแห้ง หายใจเร็ว
อ่อนเพลีย และรู้สึกไม่สบายบ่อย เพซ กล่าว
และจากการศึกษาชี้ด้วยว่า
หัวฝักบัวชนิดโลหะสะสมเชื้อโรคน้อยกว่าชนิดพลาสติก
การเผยแพร่ข้อมูลครั้งนี้ ไม่ต้องการสร้างความตื่นตระหนก
หรือบอกให้ประชาชนเปลี่ยนการอาบน้ำด้วยฝักบัวไปอาบในอ่างน้ำ
แต่เสนอแนะว่า
1.ควรเปลี่ยนหัวฝักบัวไปเป็นชนิดโลหะที่มีตัวกรอง
ช่วยลดการสะสมของเชื้อโรค
2.เปิดฝักบัวทิ้งไว้ 1 นาที แล้วออกไปนอกห้องน้ำก่อนกลับเข้ามาใหม่
ก็ช่วยลดโอกาสสูดเชื้อโรคเข้าปอดเช่นกัน
3.หมั่นทำความสะอาดฝักบัวอย่างสม่ำเสมอ
ที่มา
http://health.kapook.com/view4731.html
http://www.oknation.net/blog/print.php?id=505623
http://healthylifethai.blogspot.com/2012/07/blog-post_7940.html
นอร์แมน เพซ นักจุลชีววิทยา มหาวิทยาลัยโคโลราโด สหรัฐ ระบุว่า หัวฝักบัวอาจเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคก่อโรคปอดโดยไม่รู้ตัว