10/12/2021
เห็นมีหลายคนสงสัย ว่าเนยแท้ดีกว่ามาร์การีนอย่างไร ลองมาอ่านกันดูนะคะ
นอกจากรสสัมผัสดีกว่าแล้ว กลิ่นยังหอมกว่าด้วยนะ 🥰
#เทียบให้ชัด เนย VS มาร์การีน🧈
ทั้งแหล่งที่มาและการใช้ ต่างอย่างไร ?
เนยกับมาร์การีนคือสิ่งเดียวกัน? เมื่อวานนี้เพจผู้บริโภคได้มีการพูดถึงความเข้าใจผิดของผู้บริโภคคนหนึ่งที่ได้มาคอมเมนต์โต้ความคิดเห็นของผู้บริโภคอีกคน ที่ได้มาให้ความรู้เรื่องความแตกต่างของเนยและมาร์การีน โดยโต้ว่า “เนยกับมาร์การีน คือสิ่งเดียวกัน แต่แค่มีชื่อเรียกคนละชื่อ” จนหลาย ๆ คนต้องมาคอมเมนต์บอกว่า “ไม่ช่ายย ไม่ใช่อันเดียวกัน แค่วัตถุดิบก็ต่างกันแล้ว”
ซึ่งจากที่แอดได้ไปไล่อ่านคอมเมนต์ดู ก็เห็นว่ามีหลายคนเหมือนกันนะ ที่ได้มาคอมเมนต์ประมาณว่า “เพิ่งรู้” ดังนั้นเพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน และนำไปใช้ได้อย่างถูกต้อง เรามาดูความแตกต่างที่บอกว่า “เนย” และ “มาร์การีน” คือคนละอย่างกัน!!!
🔸เนย ทำจากอะไร?🤔
เนยเป็นไขมันที่แยกมาจากน้ำนมสัตว์ ที่ส่วนใหญ่ใช้น้ำนมวัวเป็นวัตถุดิบหลัก แต่อาจจะใช้น้ำนมจากสัตว์อื่น เช่น แกะ แพะ หรือควายก็ได้ โดยไขมันที่ว่านี้มีกรดไขมันชนิดอิ่มตัวสูง (saturated fatty acid)
ในการผลิตเนย จะเริ่มจากแยกส่วนที่เป็นไขมันออกจากน้ำนมดิบโดยการปั่นก่อน เมื่อแยกส่วนไขมันออกมาแล้วก็นำไปฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ที่ปนเปื้อน จากนั้นทำให้เย็นและนำมาปั่นต่อเพื่อให้ไขมันจับตัวเป็นก้อน สุดท้ายจึงนำมาทำให้เป็นก้อนตามขนาดที่ต้องการเพื่อจำหน่าย โดยเนยที่ได้จะเป็นเนยรสจืด (unsalted butter) ที่มีไขมันต่ำกว่า 80% อีกทั้งเนื่องจากประกอบด้วยไขมันสายสั้น ทำให้มีจุดหลอมเหลวต่ำ ต้องเก็บไว้ในตู้เย็นเสมอเพื่อให้เนยยังคงรูป
✨ข้อดี - ข้อท้าทาย🔥
เนยที่ผลิตจากไขมันสัตว์นี้จะมีความหอมเฉพาะตัว นิยมนำไปทาขนมปังหรือทำเบเกอรี่ แต่เนื่องจากมีราคาแพงและเมื่อได้รับความร้อนจะไม่คงตัว จึงมีการผลิตมาร์การีน หรือเนยเทียมเพื่อนำมาใช้ทดแทนเนย ซึ่งมีราคาถูกกว่าและคงตัวได้ดีแม้จะอยู่ในที่มีอุณหภูมิสูง
🔸มาร์การีน ทำจากอะไร ?🤔
มาร์การีนทำจากน้ำมันพืช เช่น น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว น้ำมันข้าวโพด หรือน้ำมันถั่วเหลือง มีส่วนประกอบหลักคือ ไตรกลีเซอไรด์ (triglyceride) ซึ่งมีกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว (unsaturated fatty acid) สูง และมีจุดหลอมเหลวต่ำทำให้มีสถานะเป็นของเหลวหรือกึ่งเหลวที่อุณหภูมิห้อง นำน้ำมันพืชมาผ่านกระบวนการไฮโดรจิเนชัน (hydrogenation) ซึ่งเป็นการเติมไฮโดรเจนที่ตำแหน่งพันธะคู่ในกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว
โดยการเติมไฮโดรเจนมีผลทำให้ได้น้ำมันหรือไขมันที่มีจุดหลอมเหลวสูงขึ้น เปลี่ยนสถานะจากของเหลวเป็นของกึ่งแข็งหรือของแข็งที่อุณหภูมิห้อง นอกจากนี้ยังมีการเติมเกลือ สีผสมอาหาร วิตามิน เพื่อให้มาร์การีนมีสีเหลืองใกล้เคียงกับลักษณะของเนย
✨ข้อดี-ข้อท้าทาย🔥
มาร์การีนมีจุดหลอมเหลวสูงจึงสามารถเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องได้ โดยที่ยังคงสภาพความเป็นก้อนไว้ โดยไม่เหลว ในขณะที่เนยจะเหลวเมื่อวางไว้ที่อุณหภูมิห้อง อีกทั้งมาร์การีนมีราคาถูก จึงนิยมนำไปทำเบเกอรี่ หรือใช้ทาขนมปังแทนเนย รวมทั้งใช้ทอดโรตี แต่ปฏิกิริยาไฮโดรจิเนชันในการผลิตมาการีนนั้นทำให้เกิดไขมันทรานส์
📌** ไขมันทรานส์ (Trans Fat) เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัว สามารถพบได้ทั้งในธรรมชาติ และจากกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน (Partial Hydrogenation) ลงในน้ำมันที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง ซึ่งน้ำมันที่ผ่านกระบวนการดังกล่าวจะเรียกว่า Partially Hydrogenated Oil ทำให้น้ำมันที่อยู่ในสภาพของเหลวเปลี่ยนเป็นไขมันที่มีสภาพแข็งขึ้นหรือกึ่งเหลว พบในอุตสาหกรรมเนยเทียม (Margarine) หรือเนยขาว (Shortening) ซึ่งไขมันหรือน้ำมันดังกล่าวจะเก็บรักษาได้นานขึ้น ไม่เหม็นหืน ไม่เป็นไขง่าย และทนความร้อนได้สูงขึ้น
โดยการบริโภคไขมันทรานส์อาจทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด และเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน โรค หัวใจ มะเร็งเต้านม โรคตับได้ด้วย**📌
ซึ่งทุกวันนี้ได้มีการบังคับใช้กฎหมาย ไม่ให้ผลิต นำเข้าหรือจำหน่าย ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีการปนเปื้อนไขมันทรานส์แล้ว ดังนั้นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขายตามกฎหมายในปัจจุบัน จึงไม่มีไขมันทรานส์แล้ว หรือมีแต่น้อยมาก ดังนั้นเราก็สามารถบริโภคได้อย่างสบายใจมากขึ้น อย่างไรก็ตามสุดท้ายนี้จึงสรุปได้ว่า “เนย” กับ “มาร์การีน” ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน และทำจากวัตถุดิบต่างกันนะทุกคน!!!
References: https://bit.ly/3oDa58B, https://bit.ly/3EHOqBK
#ร้านอาหาร