30/07/2022
กรุงเทพธุรกิจ
·
หักล้างข้อมูลเดิม‼ เมื่อทีมนักวิจัยสหรัฐพบว่า การกินอาหารเสริม “วิตามินดี” ไม่มีผลต่อการป้องกันโรคกระดูกพรุน หรือ ลดความเสี่ยงต่อกระดูกเปราะหักใด ๆ ทั้งในประชากรทั่วไป คนแก่ หรือคนที่ขาดวิตามินดีเองก็ตาม
งานวิจัยชิ้นนี้ถูกตีพิมพ์ลงในวารสารทางการแพทย์ “The New England Journal of Medicine” เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 65 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นงานศึกษาวิจัยแบบสุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่ครั้งแรกในสหรัฐอเมริกา โดยทีมวิจัยรายงานว่า การบริโภคอาหารเสริม “วิตามินดี” แบบเม็ด ไม่ว่าจะมีส่วนผสมของแคลเซียม หรือไม่มีแคลเซียม ก็ตาม ล้วนไม่มีส่วนช่วยป้องกัน กระดูกเปราะ, กระดูกพรุน ไม่มีผล ต่อการลดอัตราการแตกหักของกระดูกใด ๆ แก่ผู้สูงอายุ หรือ แม้แต่ผู้ที่ตรวจพบว่าขาดวิตามินดีในร่างกาย
อีกทั้งนักวิจัยได้สรุปผล และให้ความเห็นว่า พวกเขาไม่สนับสนุนรายการอาหารเสริมวิตามินดีหลายยี่ห้อที่อ้างว่า มีประโยชน์มากมายต่อผู้บริโภค เช่น ช่วยลดการเกิดกระดูกหักในผู้สูงวัย ช่วยลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง-โรคหัวใจ และหลอดเลือด ช่วยให้มีอายุยืนยาว เป็นต้น
“ตัวแทนขายอาหารเสริมต่าง ๆ ควรหยุดการแสดงระดับค่าวิตามินดี ในกระแสเลือด ( 25-hydroxy-vitamin D ) และหยุดแนะนำประชาชนให้บริโภคอาหารเสริมวิตามินดีได้แล้ว ส่วนประชาชนเองก็ควร หยุด‼ บริโภควิตามินดีด้วยความเชื่อที่ว่า จะช่วยป้องกันโรคร้ายแรง หรือ ยืดอายุขัย” Dr.Steven R. Cummings นักวิทยาศาสตร์จาก California Pacific Medical Center Research Institute และ Dr.Clifford Rosen นักวิทยาศาสตร์อาวุโสจาก MaineHealth Institute for Research และเป็นบรรณาธิการของวารสารการแพทย์ The New England Journal of Medicine กล่าวสรุปและให้คำแนะนำ
การวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาผลของวิตามินดี ต่อสุขภาพ แบบครอบคลุมที่เรียกว่า VITAL ( VITamin D และ OmegA-3 TriaL ) ได้รับทุนการวิจัยจากสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐ มีผู้เข้าร่วมทดลอง 25,871 คน เป็นชายอายุ 50 ปีขึ้นไปและหญิงอายุ 55 ปีขึ้นไป ซึ่งแบ่งเป็นกลุ่มทดลองที่ได้รับวิตามินดี ในปริมาณมาตรฐานสากล 2,000 หน่วยต่อวัน และกลุ่มทดลองที่ได้รับยาหลอก
ที่มาของการวิจัยครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากการประชุมร่วมกัน ของกลุ่มผู้เชี่ยวชาญทางด้านการแพทย์ เภสัชกร และนักวิทยาศาสตร์ ที่เป็นสมาชิกใน National Academy of Medicine ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร โดยพวกเขามีข้อสงสัยตรงกันว่าการบริโภคอาหารเสริม “วิตามินดี” ส่งผลให้ผู้บริโภคมีสุขภาพที่ดีขึ้นจริง หรือ ไม่ ❓
แม้ที่ผ่านมาจะมีข้อมูล ในทำนองว่าการกินวิตามินดี ปริมาณมาก มีแนวโน้มที่จะป้องกันกระดูกเปราะหักได้ แต่กลับไม่พบหลักฐาน ทางการแพทย์ยืนยันเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย ดังนั้น พวกเขาจึงเริ่มทำการศึกษาวิจัยครั้งนี้ขึ้น โดยสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐ เป็นผู้ให้ทุนสนับสนุนการทดลอง VITAL ดังกล่าว เพื่อหาคำตอบที่ชัดเจนเกี่ยวกับประโยชน์ ของวิตามินดีต่อสุขภาพของประชาชน
แล้วเรื่องไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้น เมื่อผลการวิจัยพบว่า “วิตามินดี” ไม่มีผลในการป้องกันมะเร็ง หรือ โรคหลอดเลือดหัวใจ ในกลุ่มผู้เข้าร่วมทดลอง และไม่ได้ป้องกันกระดูกเปราะหัก อีกทั้งไม่ได้ผลในการป้องกัน การล้มในผู้สูงอายุ, ไม่ได้ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ, ไม่ลดความถี่ของไมเกรน, ไม่ช่วยบรรเทาโรคหลอดเลือดสมอง, ไม่ป้องกันจอประสาทตาเสื่อม หรือ ลดอาการปวดเข่า
นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาขนาดใหญ่ อีกชิ้นหนึ่งในออสเตรเลีย พบว่า ผู้ที่รับประทานอาหารเสริมวิตามินดี เป็นประจำไม่ได้ส่งผลให้มีชีวิต ที่ยืนยาวขึ้น โดย Dr.JoAnn Manson หัวหน้าแผนกเวชศาสตร์ป้องกันจาก Brigham and Women's Hospital ใน Harvard Medical School และเป็นผู้นำหลักของการทดลอง VITAL กล่าวว่า
การศึกษาครั้งนี้มีขนาดใหญ่มาก ผู้เข้าร่วมทดลองบางส่วน เป็นผู้ป่วยโรคกระดูกพรุน บางส่วนเป็นผู้ที่มีระดับวิตามินดีต่ำ ซึ่งพวกเขาให้ผลลัพธ์อย่างชัดเจนว่า พวกเขาไม่ได้รับประโยชน์ใด ๆ จากอาหารเสริมวิตามินดีในแง่ของการช่วยลดความเสี่ยง กระดูกเปราะหักเลย
“ผลวิจัยครั้งนี้ทำให้หลายคนประหลาดใจ” ดร.แมนสันกล่าว และเสริมด้วยว่า “แต่ดูเหมือนว่าคนเราต้องการวิตามิน เพียงเล็กน้อย ถึงปานกลาง เพื่อส่งเสริมสุขภาพกระดูก การกินวิตามินปริมาณ ที่มากขึ้นไม่ได้ให้ประโยชน์มากกว่า”
ผลวิจัยดังกล่าว กลายเป็นที่ถกเถียงในวงการแพทย์ วงการโภชนาการ และเวชศาสตร์สุขภาพอย่างกว้างขวาง ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคกระดูก หลายคนมีความเห็นต่างออกไป โดยมองว่าจะยังคงแนะนำ ผู้ป่วยโรคกระดูกพรุน หรือผู้ที่มีมวลกระดูกต่ำให้ทานวิตามินดี และแคลเซียมต่อไป
อ้างอิง :
https://nyti.ms/3Q5bZKc
https://www.nejm.org/doi/full/10.1056/NEJMoa2202106
https://clinicaltrials.gov/ct2/show/NCT01169259
กราฟิก : วิชัย นาคสุวรรณ