BB chef ร้านขนม BBCHEF
👉ขนมไทย
👉ขนมเบเกอรี่
👉ขนมขันหมาก
👉ขนมเบรกประชุม
👉เค้กวันเกิด
📞ติดต่อที่ : 👉089-7394137(ซะ)

รับทำ
👉ขนมไทย
👉ขนมเบเกอรี่
👉ขนมขันหมาก
👉ขนมเบรกประชุม
👉เค้กวันเกิด
👉วิทยากรสอนทำขนม ทั้ง ขนมไทย และขนมเบเกอรี่

ขนมไทยลูกชุบผลไม้ ใครที่สนใจสามารถทักมาคุยรายละเอียดได้ นะจ้ะ  #ขนมไทย  #ลูกชุบผลไม้
25/12/2025

ขนมไทยลูกชุบผลไม้ ใครที่สนใจสามารถทักมาคุยรายละเอียดได้ นะจ้ะ
#ขนมไทย #ลูกชุบผลไม้

ไขข้อข้องใจ! เอแคลร์ vs. ชูครีม ที่แท้คือพี่น้องคนละรูปทรงในโลกของเบเกอรี่ มีขนมสองชนิดที่สร้างความสับสนให้คนไทยมาอย่างย...
14/08/2025

ไขข้อข้องใจ! เอแคลร์ vs. ชูครีม ที่แท้คือพี่น้องคนละรูปทรง
ในโลกของเบเกอรี่ มีขนมสองชนิดที่สร้างความสับสนให้คนไทยมาอย่างยาวนาน นั่นก็คือ เอแคลร์ (Éclair) และ ชูครีม (Choux Cream) หลายครั้งที่เราเรียกขนมแป้งก้อนกลมสอดไส้ครีมว่า "เอแคลร์" จนติดปาก แต่เมื่อเข้าร้านเบเกอรี่สไตล์ฝรั่งเศสแท้ๆ กลับพบว่าเอแคลร์นั้นมีลักษณะเป็นแท่งยาว แล้วตกลงขนมสองชนิดนี้เหมือนหรือต่างกันอย่างไร บทความนี้จะพาทุกท่านไปไขคำตอบ
จุดกำเนิดร่วมกันจากแป้งมหัศจรรย์ "ปาต์-อา-ชู"
หัวใจและจุดเริ่มต้นของขนมทั้งสองชนิดนี้คือแป้งชนิดเดียวกันที่มีชื่อว่า ปาต์-อา-ชู (Pâte à Choux) เป็นภาษาฝรั่งเศส แปลตรงตัวได้ว่า "แป้งกะหล่ำ" แป้งชนิดนี้มีเอกลักษณ์พิเศษคือ เมื่อนำไปอบด้วยความร้อนสูง ไอน้ำที่อยู่ข้างในจะดันให้แป้งพองตัวขึ้นจนเกิดเป็นโพรงขนาดใหญ่ด้านใน ทิ้งให้เปลือกนอกมีความกรอบร่วน แต่เนื้อในยังคงความนุ่มและเบาโหวง โพรงที่เกิดขึ้นนี้เองคือพื้นที่สำหรับสอดไส้ครีมรสชาติต่างๆ อันเป็นเสน่ห์ของขนมตระกูลนี้
ทำความรู้จัก "ชูครีม" พี่ใหญ่ทรงกลมเหมือนกะหล่ำปลี
ชูครีม (Choux Cream) หรือในชื่อฝรั่งเศสเต็มๆ ว่า ชู-อา-ลา-แครม (Choux à la Crème) คือขนมอบที่ใช้แป้งปาต์-อา-ชูบีบเป็นก้อนกลมๆ คล้ายกะหล่ำปลีขนาดเล็ก ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ "Choux" (ชู) ที่แปลว่ากะหล่ำปลีนั่นเอง
* รูปทรง: กลม มีขนาดแตกต่างกันไปตั้งแต่ลูกเล็กพอดีคำ (เรียกว่า โปรฟิเทอโรล - Profiterole) ไปจนถึงขนาดใหญ่
* การสอดไส้: โดยทั่วไปจะเจาะรูเล็กๆ ที่ฐานแล้วบีบไส้ครีมเข้าไปจนเต็มโพรง
* ไส้: ไส้คลาสสิกคือ เพสตรี้ครีม (ครีมคัสตาร์ด) รสวานิลลา หรือวิปครีม ปัจจุบันมีการดัดแปลงเป็นไส้รสชาติต่างๆ มากมาย เช่น ช็อกโกแลต, มัทฉะ, กาแฟ หรือครีมผลไม้
* การตกแต่ง: มักจะเรียบง่าย อาจโรยด้วยน้ำตาลไอซิ่ง, ราดซอสช็อกโกแลต หรือนำไปประกอบเป็นขนมชนิดอื่น เช่น Croquembouche (ครอก็องบุช) หรือหอคอยชูครีมในงานแต่งงาน
ในความเป็นจริงแล้ว ขนมทรงกลมสอดไส้ครีมที่คนไทยเรียกติดปากว่า "เอแคลร์" นั้น โดยสากลแล้วคือ "ชูครีม" นั่นเอง
"เอแคลร์" น้องเล็กทรงยาว ดุจสายฟ้าฟาด
เอแคลร์ (Éclair) ถือกำเนิดขึ้นในฝรั่งเศสช่วงศตวรรษที่ 19 โดยใช้แป้งปาต์-อา-ชูเช่นเดียวกัน แต่ถูกบีบให้มีรูปทรงยาวรีคล้ายแท่งไม้หรือนิ้วมือ คำว่า "Éclair" ในภาษาฝรั่งเศสมีความหมายว่า "สายฟ้า" ซึ่งมีทฤษฎีเกี่ยวกับที่มาของชื่อหลากหลาย แต่ที่โด่งดังที่สุดคือ เป็นการเปรียบเปรยว่าขนมชนิดนี้อร่อยจนถูกกินหมดอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาด
* รูปทรง: ยาวรีเป็นแท่ง ความยาวประมาณ 4-5 นิ้ว
* การสอดไส้: มักจะบีบไส้จากปลายทั้งสองด้าน หรือผ่ากลางตามแนวยาว
* ไส้: ไส้ยอดนิยมยังคงเป็นเพสตรี้ครีมรสวานิลลา กาแฟ หรือช็อกโกแลต
* การตกแต่ง: เอกลักษณ์ที่สำคัญที่สุดของเอแคลร์คือ การเคลือบหน้า (Icing หรือ Glaze) ด้วยฟองดองหรือช็อกโกแลตอย่างสวยงาม ทำให้มีรสสัมผัสและหน้าตาที่แตกต่างจากชูครีมอย่างชัดเจน
#สรุปได้ว่า ทั้งเอแคลร์และชูครีมเปรียบเสมือนขนมพี่น้องที่เกิดจากแป้งชนิดเดียวกัน แต่ถูกนำเสนอในรูปทรงและรูปแบบการตกแต่งที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ครั้งต่อไปเมื่อคุณเข้าร้านเบเกอรี่ ก็จะสามารถเรียกชื่อขนมโปรดของคุณได้อย่างถูกต้อง และเข้าใจถึงที่มาและเอกลักษณ์ของขนมแต่ละชนิดได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเลือกอร่อยกับ "ชูครีม" ทรงกลมนุ่มฟู หรือ "เอแคลร์" ทรงยาวเคลือบหน้าเงางาม ก็ล้วนแต่เป็นความอร่อยจากแป้งปาต์-อา-ชูอันเป็นตำนานของฝรั่งเศสทั้งสิ้น

26/07/2025

คัพเค้กแต่งงาน

 #ขนมเปียกปูนดำ เป็นหนึ่งในขนมไทยโบราณที่ได้รับความนิยมจากรสชาติหวานมัน กลิ่นหอมจากกาบมะพร้าวเผา และเนื้อสัมผัสที่นุ่มหน...
22/07/2025

#ขนมเปียกปูนดำ เป็นหนึ่งในขนมไทยโบราณที่ได้รับความนิยมจากรสชาติหวานมัน กลิ่นหอมจากกาบมะพร้าวเผา และเนื้อสัมผัสที่นุ่มหนึบ อร่อยลิ้น วันนี้เราจะพาคุณไปเจาะลึกเรื่องราวของเปียกปูนดำ พร้อมสูตรและเคล็ดลับการทำจากเพจ **BBchef** ที่ขึ้นชื่อเรื่องการแบ่งปันสูตรอาหารไทยแบบดั้งเดิมและทันสมัย

# # # ความเป็นมาของเปียกปูนดำ
เปียกปูนเป็นขนมไทยประเภทกวนที่มีประวัติยาวนาน สันนิษฐานว่าดัดแปลงมาจากกะละแมแต่ไม่ใส่กะทิสด โดยใช้ส่วนผสมหลักอย่างแป้งข้าวเจ้า น้ำตาล และน้ำปูนใส สีดำอันเป็นเอกลักษณ์มาจากการเผากาบมะพร้าวหรือใบตาลอ่อน แล้วคั้นน้ำสีดำออกมาเพื่อผสมในตัวขนม ทำให้ได้กลิ่นหอมเฉพาะตัวและสีสันที่ดึงดูดใจ[](https://th.wikipedia.org/wiki/%25E0%25B8%2582%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25A1%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B9%25E0%25B8%2599)[](https://en.wikipedia.org/wiki/Kanom_piakpoon)

# # # สูตรเปียกปูนดำจากเพจ BBchef
เพจ **BBchef** ได้แชร์สูตรเปียกปูนดำที่เน้นความเป็นสูตรโบราณแท้ ทำง่าย และได้รสชาติที่ลงตัว ต่อไปนี้คือสูตรที่ดัดแปลงจากโพสต์ของเพจและข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ เพื่อให้สมบูรณ์และเหมาะสมกับการทำที่บ้าน

# # # # ส่วนผสม
- **แป้งข้าวเจ้า**: 100 กรัม
- **แป้งท้าวยายม่อม**: 30 กรัม
- **น้ำปูนใส**: 700 มล. (กรองจากกาบมะพร้าวเผาหรือใบตาลเผา)
- **น้ำตาลมะพร้าว**: 180 กรัม
- **กะทิ**: 50 กรัม
- **เกลือ**: 1/4 ช้อนชา
- **มะพร้าวทึนทึกขูด**: สำหรับโรยหน้า
- **งาขาวคั่ว**: สำหรับตกแต่ง
- **น้ำกะทิสด**: สำหรับราดหน้า (ผสมเกลือเล็กน้อยเพื่อเพิ่มรสเค็มมัน)

# # # # วิธีทำ
1. **เตรียมน้ำสีดำ**: นำกาบมะพร้าวหรือใบตาลอ่อนมาเผาจนได้ขี้เถ้าดำ ผสมกับน้ำสะอาดแล้วกรองหลาย ๆ รอบจนได้น้ำสีดำใส ปราศจากกาก[](https://cookpad.com/th/recipes/10447974-%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25B3%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2583%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2599)[](https://www.lemon8-app.com/%40tee.suwannukul/7336443459370238466?region=th)
2. **ผสมส่วนผสม**: ในกะละมัง ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งท้าวยายม่อม น้ำตาลมะพร้าว น้ำปูนใส กะทิ และเกลือ คนให้เข้ากันจนน้ำตาลละลาย กรองส่วนผสมลงในกระทะเพื่อให้เนื้อเนียน
3. **กวนแป้ง**: ตั้งกระทะบนไฟปานกลาง กวนส่วนผสมอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันแป้งติดก้นกระทะ ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที จนส่วนผสมข้นและเหนียว มีลักษณะเงา
4. **เทใส่พิมพ์**: เทส่วนผสมลงในถาดหรือพิมพ์ที่ทาด้วยน้ำมันบาง ๆ เพื่อป้องกันการติด รอให้เย็นและเซตตัว
5. **ตัดและเสิร์ฟ**: ตัดเปียกปูนเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม โรยด้วยมะพร้าวทึนทึกขูดและงาขาวคั่ว ราดด้วยน้ำกะทิสดเพื่อเพิ่มความมัน

# # # # เคล็ดลับจาก BBchef
- การเผากาบมะพร้าวต้องใช้ไฟอ่อน ๆ เพื่อให้ได้กลิ่นหอมและสีดำที่สวยงาม โดยไม่ไหม้เกินไป
- ใช้แป้งท้าวยายม่อมเพื่อให้เนื้อสัมผัสหนึบและไม่แข็งเกินไป
- น้ำกะทิราดหน้าควรมีความเค็มเล็กน้อยเพื่อตัดรสหวานของตัวขนม
- หากไม่มีกาบมะพร้าว สามารถใช้ผงถ่านหรือน้ำจากใบตาลอ่อนทดแทนได้[](https://www.pholfoodmafia.com/recipe/charcoal-pudding-in-coconut-cream-%25E0%25B8%2582%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25A1%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B9%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2596%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%2597/)[](https://cookpad.com/th/recipes/10447974-%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25B3%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2583%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2599)

# # # ความพิเศษของเปียกปูนดำจาก BBchef
เพจ **BBchef** เน้นการนำเสนอเปียกปูนดำที่คงความเป็นไทยแท้ ด้วยการใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติและวิธีการทำแบบดั้งเดิม โพสต์ของเพจมีการรีวิวจากผู้ที่ลองทำตามว่าขนมมีเนื้อเนียนนุ่ม ไม่หวานเกินไป และกลิ่นหอมจากกาบมะพร้าวเผาทำให้รู้สึกเหมือนได้ย้อนวัยไปสมัยเด็ก นอกจากนี้ยังแนะนำให้ลองทำเป็นของฝากหรือเมนูขายในร้านเพื่อเพิ่มรายได้[](https://www.lemon8-app.com/%40tee.suwannukul/7336443459370238466?region=th)

# # # ข้อกังวลเรื่องสุขภาพ
มีคำถามจากหลายคนว่าการรับประทานเปียกปูนดำที่ใช้กาบมะพร้าวเผาจะก่อให้เกิดมะเร็งหรือไม่ ตามข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ การเผากาบมะพร้าวเพื่อให้ได้น้ำสีดำไม่ได้ผลิตสารก่อมะเร็งอย่างไนโตรซามีน ซึ่งพบในอาหารประเภทเนื้อสัตว์ที่ผ่านการย่างหรือทอดจนไหม้เกรียม ดังนั้น การบริโภคเปียกปูนดำในปริมาณที่เหมาะสมจึงปลอดภัยต่อสุขภาพ[](https://www.pim.in.th/others/195-peak-poon)

# # # สรุป
เปียกปูนดำจากสูตรของ **BBchef** เป็นตัวอย่างของการอนุรักษ์และต่อยอดภูมิปัญญาไทย ด้วยรสชาติที่ลงตัว กลิ่นหอมจากกาบมะพร้าวเผา และเนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุน ทำให้เป็นที่ชื่นชอบของทั้งคนรุ่นเก่าและใหม่ หากคุณอยากลองทำตาม สามารถติดตามสูตรฉบับเต็มและเคล็ดลับเพิ่มเติมได้ที่เพจ **BBchef** หรือลองปรับสูตรตามความชอบของคุณเอง

**หมายเหตุ**: หากต้องการข้อมูลโพสต์เฉพาะเจาะจงจากเพจ BBchef กรุณาให้รายละเอียดเพิ่มเติม เช่น วันที่โพสต์หรือลิงก์ เพื่อให้สามารถอ้างอิงได้แม่นยำยิ่งขึ้น

**ที่มา**:
-[](https://th.wikipedia.org/wiki/%25E0%25B8%2582%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25A1%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B9%25E0%25B8%2599)
-[](https://en.wikipedia.org/wiki/Kanom_piakpoon)
-[](https://cookpad.com/th/recipes/10447974-%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25B3%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2583%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2599)
-[](https://www.pholfoodmafia.com/recipe/charcoal-pudding-in-coconut-cream-%25E0%25B8%2582%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25A1%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B9%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2596%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%2597/)
-[](https://www.pim.in.th/others/195-peak-poon)
-[](https://www.lemon8-app.com/%40tee.suwannukul/7336443459370238466?region=th)

ภาพจาก : https://share.google/1Yzo1ZIV4uB0gBgoY

 #ขนมเสน่ห์จันทน์: มนตราแห่งความรักและเมตตาในตำรับขนมไทยในบรรดาขนมไทยโบราณอันทรงคุณค่า "ขนมเสน่ห์จันทน์" คือหนึ่งในขนมมง...
19/07/2025

#ขนมเสน่ห์จันทน์: มนตราแห่งความรักและเมตตาในตำรับขนมไทย
ในบรรดาขนมไทยโบราณอันทรงคุณค่า "ขนมเสน่ห์จันทน์" คือหนึ่งในขนมมงคลที่โดดเด่นด้วยชื่ออันไพเราะ รูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์ และกลิ่นหอมชวนหลงใหลจากผลจันทน์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ขนมชนิดนี้แตกต่างจากขนมไทยอื่นๆ ขนมเสน่ห์จันทน์ไม่เพียงแต่มีรสชาติที่อร่อย แต่ยังแฝงไปด้วยความหมายอันลึกซึ้งเกี่ยวเนื่องกับความรักและเมตตามหานิยม
ตำนานและที่มาของชื่อ "เสน่ห์จันทน์"
ชื่อ "เสน่ห์จันทน์" มีที่มาจาก "ผลจันทน์" ซึ่งเป็นผลของต้นไม้ชนิดหนึ่งที่มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ ในสมัยโบราณเชื่อกันว่ากลิ่นหอมของผลจันทน์นั้นมีพลังในการดึงดูดใจ ทำให้ผู้ที่ได้กลิ่นเกิดความรักใคร่และหลงใหล ประกอบกับรูปทรงของขนมที่ปั้นเลียนแบบลักษณะของผลจันทน์ จึงนำมาซึ่งชื่อ "ขนมเสน่ห์จันทน์"
ขนมชนิดนี้จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นที่รัก ใครได้พบเห็นหรือได้ลิ้มลองก็จะเกิดความรักใคร่เอ็นดู ด้วยเหตุนี้ ขนมเสน่ห์จันทน์จึงนิยมใช้ในงานมงคลสมรส เพื่อเป็นคำอวยพรให้คู่บ่าวสาวเป็นที่รักของทั้งสองครอบครัวและผู้คนรอบข้าง และยังใช้ในงานมงคลอื่นๆ เพื่อเสริมสร้างเสน่ห์และเมตตามหานิยมให้แก่เจ้าของงานอีกด้วย
ส่วนผสมและกรรมวิธีอันพิถีพิถัน
ขนมเสน่ห์จันทน์เป็นขนมไทยที่ต้องใช้ความอดทนและความประณีตในการทำอย่างสูง ส่วนผสมหลักประกอบด้วย:
* แป้งข้าวเจ้าและแป้งข้าวเหนียว: เพื่อให้ได้เนื้อขนมที่เนียนนุ่มและเกาะตัวกันดี
* กะทิ: คั้นสดจากมะพร้าวขูดขาว ให้ความหอมมัน
* น้ำตาลทราย: ให้ความหวานละมุน
* ไข่แดง: เพิ่มความนุ่มนวลและสีสันที่สวยงาม
* ผงผลจันทน์ป่น: ส่วนผสมที่สำคัญที่สุดที่ขาดไม่ได้ เป็นตัวสร้างกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์และที่มาของชื่อขนม
กรรมวิธีการทำเริ่มต้นจากการนำแป้งทั้งสองชนิดผสมเข้าด้วยกัน แล้วนำไปกวนกับกะทิและน้ำตาลในกระทะทองเหลืองโดยใช้ไฟอ่อนๆ ค่อยๆ กวนอย่างสม่ำเสมอเพื่อไม่ให้แป้งจับตัวเป็นก้อน เมื่อแป้งเริ่มเหนียวข้นจึงใส่ไข่แดงและผงจันทน์ตามลงไป กวนต่อไปเรื่อยๆ จนส่วนผสมข้นเหนียวและร่อนออกจากกระทะ สามารถปั้นได้
จากนั้นจึงนำแป้งที่กวนได้ที่แล้วมาพักไว้ให้อุ่น แล้วจึงนำมาปั้นเป็นก้อนกลมเล็กๆ ขนาดพอดีคำ กดตรงกลางให้บุ๋มลงไปเล็กน้อยเลียนแบบลักษณะของผลจันทน์ แล้วจึงนำไปอบด้วยควันเทียนหอมอีกครั้ง เพื่อเพิ่มความหอมกรุ่นและทำให้ขนมสามารถเก็บไว้ได้นานขึ้น ขั้นตอนสุดท้ายคือการแต้มขั้วขนมด้วยน้ำตาลเคี่ยวสีน้ำตาลเข้มหรือคาราเมล เพื่อจำลองให้เหมือนขั้วของผลจันทน์จริง เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการ
ขนมเสน่ห์จันทน์ไม่เพียงแต่เป็นขนมหวานที่เลิศรส แต่ยังเป็นตัวแทนของศิลปะและภูมิปัญญาไทยที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ ทุกขั้นตอนล้วนแฝงไปด้วยความตั้งใจและความละเอียดอ่อน เพื่อให้ได้มาซึ่งขนมที่เป็นดั่งคำอวยพรอันประเสริฐ ผู้ใดที่ได้รับขนมเสน่ห์จันทน์ ก็เปรียบเสมือนได้รับพรให้เป็นที่รักและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์สมดังชื่อของขนมนั่นเอง

 #ขนมเม็ดขนุน: อัญมณีแห่งขนมไทย ความหมายแห่งการเกื้อหนุนในบรรดาขนมไทยมงคลตระกูลทอง "ขนมเม็ดขนุน" ถือเป็นหนึ่งในขนมที่มีเ...
19/07/2025

#ขนมเม็ดขนุน: อัญมณีแห่งขนมไทย ความหมายแห่งการเกื้อหนุน
ในบรรดาขนมไทยมงคลตระกูลทอง "ขนมเม็ดขนุน" ถือเป็นหนึ่งในขนมที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นทั้งในด้านรูปลักษณ์ที่งดงามคล้ายเม็ดของผลไม้ขนุน และความหมายอันเป็นสิริมงคลที่สื่อถึงการมีผู้คอยสนับสนุนค้ำจุน ทำให้ขนมชนิดนี้เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในงานพิธีมงคลต่างๆ ของไทย
ประวัติศาสตร์แห่งการผสมผสานทางวัฒนธรรม
ขนมเม็ดขนุนมีรากฐานมาจากการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างสยามและโปรตุเกสในสมัยอยุธยา เช่นเดียวกับขนมตระกูลทองอื่นๆ โดยได้รับอิทธิพลจากการทำขนมที่ใช้ไข่และน้ำตาลเป็นส่วนประกอบหลักของชาวโปรตุเกส ท้าวทองกีบม้า (มารี กีมาร์) สตรีผู้มีบทบาทสำคัญในราชสำนักสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้นำความรู้ในการทำขนมเหล่านี้มาดัดแปลงและเผยแพร่ จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอาหารไทย
ในสมัยโบราณ ขนมเม็ดขนุนทำขึ้นโดยใช้เม็ดขนุนจริงๆ ต้มจนสุกแล้วนำมาบดละเอียด กวนกับน้ำตาลและกะทิจนเหนียวได้ที่ แล้วจึงปั้นเป็นรูปทรงรีคล้ายเม็ดขนุน ก่อนจะนำไปชุบไข่แดงและหยอดลงในน้ำเชื่อมเข้มข้น ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ "เม็ดขนุน" แต่ในปัจจุบัน เพื่อความสะดวกและรสชาติที่หลากหลาย จึงมีการประยุกต์ใช้ไส้ที่ทำจากวัตถุดิบอื่นๆ เช่น ถั่วเขียวกะเทาะเปลือก เผือก หรือแห้ว ซึ่งไส้ถั่วและเผือกเป็นที่นิยมมากที่สุด
ความหมายอันเป็นมงคล
ชื่อ "เม็ดขนุน" มีความหมายพ้องกับคำว่า "เกื้อหนุน" หรือ "หนุนนำ" จึงมีความเชื่อกันว่า การมอบหรือการใช้ขนมเม็ดขนุนในงานมงคล จะเป็นการอวยพรให้ผู้รับมีคนคอยสนับสนุนช่วยเหลือในทุกๆ ด้านของชีวิต ทั้งในเรื่องหน้าที่การงาน การดำเนินธุรกิจ และการใช้ชีวิตส่วนตัวให้เจริญรุ่งเรืองและประสบความสำเร็จ
กรรมวิธีอันประณีต
การทำขนมเม็ดขนุนต้องอาศัยความใส่ใจและความชำนาญในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมไส้ไปจนถึงการหยอดลงในน้ำเชื่อม
* การเตรียมไส้: หากเป็นไส้ถั่วเขียว จะต้องนำถั่วไปแช่น้ำจนนิ่มแล้วนึ่งให้สุก จากนั้นนำมาบดให้ละเอียด แล้วนำไปกวนกับน้ำตาลและกะทิในกระทะทองเหลืองด้วยไฟอ่อนๆ จนส่วนผสมแห้งและเหนียวพอที่จะปั้นเป็นก้อนได้
* การปั้น: เมื่อไส้เย็นลงแล้ว จะนำมาปั้นเป็นรูปทรงรีคล้ายเม็ดขนุนขนาดพอดีคำ
* การชุบไข่และหยอด: นำไส้ที่ปั้นไว้มาชุบไข่แดงของไข่เป็ดที่กรองจนเนียนแล้ว จากนั้นนำไปหยอดลงในน้ำเชื่อมข้นที่เคี่ยวจนได้ที่แล้ว การหยอดต้องทำอย่างเบามือและรวดเร็ว เพื่อให้ขนมมีรูปทรงสวยงามและผิวเรียบเนียน
* การเคี่ยว: เคี่ยวเม็ดขนุนในน้ำเชื่อมต่อไปอีกสักพักจนสุกทั่วถึงและมีสีเหลืองทองอร่าม จึงตักขึ้นพักไว้ให้เย็น
ขนมเม็ดขนุนไม่เพียงแต่เป็นของหวานที่อร่อย แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความปรารถนาดีและความเป็นสิริมงคลที่สืบทอดกันมาในวัฒนธรรมไทย การมอบขนมเม็ดขนุนจึงเปรียบเสมือนการมอบคำอวยพรให้ผู้รับมีชีวิตที่ราบรื่นและมีผู้คอยเกื้อหนุนอยู่เสมอ

 #ขนมฝอยทอง: สายใยแห่งรักและชีวิตที่ยืนยาวในวัฒนธรรมไทยขนมฝอยทอง หรือที่รู้จักกันในนาม "Fios de ovos" ในภาษาโปรตุเกส คือ...
19/07/2025

#ขนมฝอยทอง: สายใยแห่งรักและชีวิตที่ยืนยาวในวัฒนธรรมไทย
ขนมฝอยทอง หรือที่รู้จักกันในนาม "Fios de ovos" ในภาษาโปรตุเกส คือหนึ่งในขนมไทยตระกูลทองที่ได้รับความนิยมสูงสุด ด้วยลักษณะที่เป็นเส้นไหมสีทองอร่าม รสชาติหอมหวาน และความหมายอันเป็นมงคล ทำให้ขนมชนิดนี้เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในงานมงคลต่างๆ โดยเฉพาะงานแต่งงาน ที่เปรียบเสมือนคำอวยพรให้คู่บ่าวสาวมีชีวิตคู่ที่ยืนยาวและรักกันอย่างยั่งยืน
ประวัติศาสตร์ข้ามวัฒนธรรม
ต้นกำเนิดของฝอยทองนั้นต้องย้อนกลับไปถึงประเทศโปรตุเกส สันนิษฐานว่าเกิดขึ้นจากภูมิปัญญาของแม่ชีในคอนแวนต์ที่ต้องการใช้ประโยชน์จากไข่แดงจำนวนมากที่เหลือจากการใช้ไข่ขาวในการลงแป้งเสื้อผ้าและทำไวน์ จึงได้นำไข่แดงมาผสมกับน้ำตาลและเคี่ยวจนได้ขนมรสเลิศ
ขนมชนิดนี้ได้เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาสู่สยามประเทศในสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยท้าวทองกีบม้า หรือ มารี กีมาร์ เดอ ปิน่า สุภาพสตรีลูกครึ่งโปรตุเกส-ญี่ปุ่น ภรรยาของเจ้าพระยาวิชเยนทร์ (คอนสแตนติน ฟอลคอน) ซึ่งได้เข้ารับราชการในตำแหน่งหัวหน้าห้องเครื่องต้นในราชสำนักสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ท้าวทองกีบม้าได้ดัดแปลงและเผยแพร่สูตรขนมโปรตุเกสหลายชนิด รวมถึงฝอยทอง จนกลายเป็นที่รู้จักและเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอาหารไทยอย่างกลมกลืน
ความงดงามของฝอยทองยังได้รับการกล่าวขานในวรรณคดีไทย โดยปรากฏในกาพย์เห่ชมเครื่องคาว-หวาน บทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) ที่ทรงพรรณนาถึงความประณีตของฝีพระหัตถ์สมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี ความว่า:
> "ฝอยทองเป็นยองใย เหมือนเส้นไหมไข่ของหวาน
> คิดความยามเยาวมาลย์ เย็บชุนใช้ไหมทองจีน"
>
ความหมายอันเป็นสิริมงคล
ชื่อ "ฝอยทอง" และลักษณะที่เป็นเส้นสายยาวต่อเนื่องกัน ทำให้ขนมชนิดนี้มีความหมายที่เป็นมงคลอย่างยิ่ง
* ชีวิตที่ยืนยาว: เส้นฝอยทองที่ยาวเปรียบได้กับการอวยพรให้มีอายุยืนยาว
* ความรักที่ยั่งยืน: ในงานมงคลสมรส ฝอยทองคือสัญลักษณ์ของคำอวยพรให้คู่บ่าวสาวครองรักกันอย่างยืดยาว ไม่ขาดจากกัน ดุจเดียวกับเส้นของฝอยทอง
* ความมั่งคั่งและโชคลาภ: สีทองอร่ามของขนมสื่อถึงความร่ำรวยและโชคดี
กรรมวิธีอันละเอียดอ่อน
หัวใจของการทำฝอยทองคือความพิถีพิถันในการคัดเลือกวัตถุดิบและความชำนาญในทุกขั้นตอน ส่วนประกอบหลักมีเพียงไม่กี่อย่าง แต่ทุกอย่างต้องมีคุณภาพดีที่สุด:
* ไข่แดง: นิยมใช้ไข่เป็ดสดใหม่ เพราะจะให้สีแดงสวยและมีไข่ขาวส่วนที่เป็นน้ำใส หรือที่เรียกว่า "ไข่น้ำค้าง" ซึ่งเป็นเคล็ดลับสำคัญที่ทำให้เส้นฝอยทองเหนียวนุ่ม ไม่เปราะขาดง่าย
* น้ำตาลทราย: ใช้น้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์ในการทำน้ำเชื่อม
* น้ำลอยดอกมะลิ หรือ ใบเตย: เพื่อเพิ่มความหอมให้กับน้ำเชื่อม
กรรมวิธีการทำเริ่มต้นจากการแยกไข่แดงออกจากไข่ขาวอย่างระมัดระวัง แล้วกรองไข่แดงผ่านผ้าขาวบางเพื่อให้ได้เนื้อไข่ที่เนียนละเอียดที่สุด จากนั้นนำไปหยอดผ่านกรวยใบตองหรือกรวยโลหะให้เป็นสายเล็กๆ วนลงในกระทะทองเหลืองที่บรรจุน้ำเชื่อมเข้มข้นที่กำลังเดือดเป็นฟองละเอียด ผู้ทำต้องใช้ทักษะในการควบคุมมือให้เคลื่อนไหวอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ได้เส้นฝอยทองที่มีขนาดเท่ากันและไม่ขาด เมื่อไข่สุกได้ที่แล้ว จะใช้ไม้แหลมค่อยๆ ช้อนเส้นฝอยทองขึ้นมาพักไว้บนตะแกรงให้สะเด็ดน้ำเชื่อม ก่อนจะนำมาจับเป็นแพอย่างสวยงาม
ขนมฝอยทองไม่ได้เป็นเพียงของหวาน แต่เป็นตัวแทนของมรดกทางวัฒนธรรมที่ผสมผสานอิทธิพลจากตะวันตกเข้ากับภูมิปัญญาของไทยได้อย่างลงตัว ความงดงามในรูปลักษณ์ รสชาติอันหอมหวาน และความหมายที่เป็นมงคล ทำให้ฝอยทองยังคงเป็นขนมที่ครองใจคนไทยและเป็นส่วนสำคัญในวาระแห่งความสุขมาทุกยุคทุกสมัย

 #ขนมทองเอก: อัญมณีแห่งขนมไทย ความหมายมงคลคู่ความอร่อยขนมทองเอก ขนมไทยโบราณที่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสุดยอดของขนมม...
19/07/2025

#ขนมทองเอก: อัญมณีแห่งขนมไทย ความหมายมงคลคู่ความอร่อย
ขนมทองเอก ขนมไทยโบราณที่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสุดยอดของขนมมงคล ด้วยรูปลักษณ์อันงดงาม ประณีต และชื่ออันเป็นสิริมงคล ทำให้ขนมชนิดนี้ไม่เพียงแต่เป็นที่ชื่นชอบในรสชาติ แต่ยังคงบทบาทสำคัญในพิธีกรรมและงานมงคลต่างๆ ของไทยจวบจนปัจจุบัน
ความหมายอันเป็นมงคล
"ทองเอก" มีความหมายตรงตัวถึง "ความเป็นที่หนึ่ง" หรือ "ความยอดเยี่ยม" การนำขนมทองเอกมาใช้ในงานมงคลต่างๆ เช่น งานแต่งงาน งานบวช หรืองานฉลองยศตำแหน่ง จึงเปรียบเสมือนการอวยพรให้ผู้รับประสบความสำเร็จสูงสุดในชีวิต มีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และเป็นที่หนึ่งในทุกๆ ด้าน นอกจากนี้ การประดับด้วยทองคำเปลวบริสุทธิ์ที่ด้านบนของขนม ยังช่วยเสริมความหมายถึงความมั่งคั่ง ร่ำรวย และความเจริญรุ่งเรืองอีกด้วย
ประวัติและความเป็นมา
สันนิษฐานว่า ขนมทองเอกได้รับอิทธิพลมาจากขนมของโปรตุเกสที่เข้ามาในสยามตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยดัดแปลงมาจากขนมที่ใช้ไข่แดงและน้ำตาลเป็นส่วนประกอบหลัก ในยุครัตนโกสินทร์ได้มีการปรับปรุงสูตรให้เข้ากับวัตถุดิบและรสนิยมของคนไทยมากขึ้น โดยเปลี่ยนจากการใช้ครีมมาเป็นกะทิ และใช้แป้งสาลีเป็นส่วนผสมหลัก ทำให้ได้ขนมที่มีรสชาติหวานมัน กลมกล่อม และมีกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์
ในสมัยโบราณ การทำขนมทองเอกจะมีความพิเศษยิ่งขึ้น โดยการวางแผ่นทองคำเปลวเล็กๆ ไว้ที่ก้นพิมพ์ก่อนเทส่วนผสมขนมลงไป เมื่อแกะขนมออกจากพิมพ์ ทองคำเปลวก็จะติดอยู่ที่ด้านบนของขนมอย่างสวยงาม แต่ในปัจจุบัน เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค การใช้ทองคำเปลวจริงจึงลดน้อยลง และหันมาใช้แผ่นทองคำเปลวที่สามารถรับประทานได้แทน
ส่วนผสมและกรรมวิธีอันพิถีพิถัน
หัวใจของขนมทองเอกอยู่ที่วัตถุดิบคุณภาพดีและความใส่ใจในทุกขั้นตอนการทำ ส่วนผสมหลักประกอบด้วย:
* แป้งสาลีอเนกประสงค์: เป็นส่วนประกอบหลักที่ทำให้เนื้อขนมเนียนนุ่ม
* ไข่แดง: นิยมใช้ไข่แดงของไข่ไก่หรือไข่เป็ด เพื่อให้สีขนมเหลืองทองสวยงามและมีรสชาติเข้มข้น
* กะทิ: คัดสรรมะพร้าวแก่เพื่อคั้นเป็นหัวกะทิเข้มข้น เพิ่มความหอมมัน
* น้ำตาลทราย: ให้ความหวานแหลมที่เป็นลักษณะเด่นของขนมไทย
กรรมวิธีการทำขนมทองเอกเริ่มต้นจากการนำกะทิและน้ำตาลไปตั้งไฟอ่อนๆ เคี่ยวจนข้นเหนียว จากนั้นจึงพักไว้ให้อุ่น แล้วค่อยๆ ใส่ไข่แดงทีละฟอง คนให้เข้ากันอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ไข่สุกเป็นลิ่ม นำส่วนผสมแป้งที่ร่อนเตรียมไว้มาผสมให้เข้ากัน แล้วจึงนำไปกวนในกระทะทองเหลืองด้วยไฟอ่อนๆ อย่างสม่ำเสมอจนแป้งเริ่มจับตัวเป็นก้อนและร่อนออกจากกระทะ
เมื่อได้แป้งที่กวนจนได้ที่แล้ว จะนำมาพักไว้ให้อุ่น จากนั้นจึงนำไปอัดลงในพิมพ์ไม้ที่แกะสลักเป็นลวดลายต่างๆ ที่สวยงาม เช่น ลายดอกไม้ แล้วจึงเคาะออกจากพิมพ์อย่างเบามือ ขั้นตอนสุดท้ายคือการนำขนมไปอบด้วยควันเทียน เพื่อเพิ่มกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์และชวนให้น่ารับประทานยิ่งขึ้น
ขนมทองเอกไม่เพียงแต่เป็นขนมหวานที่เลิศรส แต่ยังเป็นตัวแทนของวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทยที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ความพิถีพิถันในทุกขั้นตอนการทำและความหมายอันเป็นมงคล ทำให้ขนมทองเอกยังคงคุณค่าและได้รับการยกย่องให้เป็น "ราชา" แห่งขนมไทยตระกูลทองอย่างแท้จริง

ขนมไทยเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและประเพณีไทยที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน แต่ละเทศกาลจะมีขนมไทยที่เกี่ยวข้องและมีความหมายพิเศษ- ...
18/07/2025

ขนมไทยเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและประเพณีไทยที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน แต่ละเทศกาลจะมีขนมไทยที่เกี่ยวข้องและมีความหมายพิเศษ

- **ขนมเทียน** ในเทศกาลเข้าพรรษา: สื่อถึงความสว่างและความเจริญ

- **ขนมเข่ง** ในเทศกาลตรุษจีน: สื่อถึงความมั่งคั่งและความสุข

- **ขนมฝอยทอง** ในเทศกาลสงกรานต์: สื่อถึงความรักและความผูกพัน

- **ขนมทองหยิบ** ในเทศกาลงานแต่งงาน: สื่อถึงความมั่งคั่งและความสุข

ที่ BB Chef เราได้สร้างสรรค์ขนมไทยตามเทศกาลด้วยความรักและความใส่ใจ เพื่อแบ่งปันความสุขและความหมายของประเพณีไทยกับคุณ

พิกัดร้านอยู่ด้านล่าง ในคอมเม้น"สวัสดีค่ะ ดิฉัน Faisa Bin-abood เจ้าของ BB Chef ขนมอร่อย สดใหม่ ทำด้วยความรักเรามีขนมไทย...
18/07/2025

พิกัดร้านอยู่ด้านล่าง ในคอมเม้น
"สวัสดีค่ะ ดิฉัน Faisa Bin-abood เจ้าของ BB Chef ขนมอร่อย สดใหม่ ทำด้วยความรัก

เรามีขนมไทยและเบเกอรี่หลากหลายเมนูให้เลือก

ต้องการดูเมนูหรือสั่งขนม? ติดต่อเราได้เลย!"
👉0894394137
พิกัดร้าน👉 : https://maps.app.goo.gl/JTpREHJec5ABNJ8QA

ชิฟฟ่อนเค้ก ลายหินอ่อน
28/05/2025

ชิฟฟ่อนเค้ก ลายหินอ่อน

ที่อยู่

189 Prachatiphat Road
Ban Betong
95110

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 18:00
อังคาร 08:30 - 18:00
พุธ 08:30 - 18:00
พฤหัสบดี 08:30 - 18:00
ศุกร์ 08:30 - 18:00
เสาร์ 08:30 - 18:00

เบอร์โทรศัพท์

+66897394137

เว็บไซต์

https://dif.link/bbchef, https://goo.gl/maps/GB322AQVTLNZwhU79

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ BB chefผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง BB chef:

แชร์