P Square PR PIA interior co.,Ltd
2009 to 2010
One of the biggest and well-known interior company in Thailand. It runs by K Rujiraporn Wanglee.

P SQUARE PR understands the luxury hospitality industry and how to effectively position our clients in the media to maximize exposure and positively affect the bottom line. Featured Clients

Allied Metals Co., Ltd
February 2012 to present
Established in 1971, Allied Metals specializes in supplying professional kitchen...See More
www.alliedmetals.com


Aquarius Estate Co.,Ltd. March 2011 to present


Aquarius Estate Company Limited was established in June 2005, consisting of high...See More
www.aquariusestate.com


YKB Homemade Cake
2011 to 2012
freshly homemade cake by K Bua who graduated from Le Cordon Bleu and have experienced of cooking in many restaurants


ALMETA Co., Ltd
2009 to 2012
“Almeta Silk & Lifestyle Showroom” the only boutique in Thailand to offer 100% h...See More
www.almeta.com


The Cup
2010 to 2011
30th year Anniversary, The first English homemade food and tea room in Thailand. www.piainterior.com


Major Developmeny PLC, Limited
2008 to 2010
High end High rise condominium
Reflection Pattaya
www.reflectionpattaya.com
Aguston Sukhumvit 22
www.majordevelopment.co.th/auguston/
M Project (Silom, Phayathai)
www.signatureofme.com

ชีวิตคนGen Yเป็นยังไงลองอ่านดูค่ะ
13/10/2018

ชีวิตคนGen Yเป็นยังไงลองอ่านดูค่ะ

ลองดูกรณีศึกษาแบรนด์ดังระดับโลก Bang&Olufsen แบรนด์เครื่องเสียงพรีเมี่ยมจากประเทศเดนมาร์ก
12/10/2018

ลองดูกรณีศึกษาแบรนด์ดังระดับโลก Bang&Olufsen แบรนด์เครื่องเสียงพรีเมี่ยมจากประเทศเดนมาร์ก

กรณีศึกษา Bang & Olufsen / โดย ลงทุนแมน

หากเราอยากมีแบรนด์เป็นของตัวเอง
เราจะสร้างความแตกต่างของแบรนด์เราอย่างไร?

เมื่อ 92 ปีที่แล้ว มีคู่หูวิศวกรชาวเดนมาร์กกล่าวว่า..
“เราต้องสร้างหัวใจหลักของแบรนด์จากความขัดแย้ง”

ตัวแปรความขัดแย้งของพวกเขาคือ ศิลปะ และ วิทยาศาสตร์

ทำไมถึงต้องเป็นศิลปะ และ วิทยาศาสตร์?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

คุณ Peter Boas Bang นักศึกษา ภาควิศวกรรมไฟฟ้าชาวเดนมาร์ก มีความชื่นชอบในเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับเครื่องเสียงเป็นพิเศษ

เรื่องนี้ทำให้หลังจากจบการศึกษา เขาได้ต่อยอดสิ่งที่เรียนโดยการไปทำงานในโรงงานผู้ผลิตเครื่องเสียงที่สหรัฐอเมริกากว่า 6 เดือน

หลังจากได้ประสบการณ์การทำงานในโรงงาน คุณ Bang ได้ตัดสินใจชวนเพื่อนวิศวกรสมัยเรียนของเขา คือ คุณ Svend Andreas Grøn Olufsen มาร่วมกันสร้างแบรนด์เครื่องเสียงร่วมกัน

คุณ Bang และคุณ Olufsen เริ่มสร้างห้องทดลองที่บ้านของครอบครัวคุณ Olufsen โดยคุณ Bang รับผิดชอบการทดลองและพัฒนาเทคโนโลยีบนสินค้า และคุณ Olufsen รับผิดชอบเรื่องการบริหารธุรกิจ

เนื่องจากการวางแผนที่ดี ทำให้ผู้ก่อตั้งทั้งสองมีแนวทางการดำเนินกิจการที่มีระบบ ส่งผลให้บริษัทขับเคลื่อนธุรกิจไปได้อย่างรวดเร็ว

ในปี 1927 คุณ Bang และคุณ Olufsen เปิดตัวสินค้าชิ้นแรกของบริษัท The Bang and Olufsen Eliminator เป็นวิทยุที่สามารถเล่นได้โดยใช้ไฟฟ้าแทนที่จะเป็นแบตเตอรี่ขนาดใหญ่

เมื่อสินค้าของพวกเขาเริ่มติดตลาด พวกเขาจึงได้ตั้งชื่อแบรนด์ตามนามสกุลของแต่ละคนออกมาเป็น B&O ย่อมาจาก Bang & Olufsen และได้คิดค้นโลโก้ตั้งแต่ปี 1932 และยังใช้มาจนถึงปัจจุบัน

นอกจากนี้ พวกเขาได้ย้ายห้องทำงานจากห้องใต้หลังคาที่บ้าน ไปเป็นโรงงานในเมือง Struer ประเทศเดนมาร์ก ซึ่งต่อมาโรงงานนี้สามารถสร้างอาชีพให้คนในชุมชนกว่า 3,000 คน..

หลังจากการสร้างโรงงานอย่างเป็นทางการ B&O เริ่มพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น ระบบเครื่องอัดเสียงสำหรับถ่ายทำภาพยนตร์ และลำโพงสำหรับโรงละคร

ในสมัยนั้น เทคโนโลยีใหม่ๆ หรือฟังก์ชันแปลกๆ จะสร้างความสับสนให้กับผู้ใช้งาน ตัวอย่างเช่น

หากเราต้องการเปิดวิทยุ 1 คลื่นโปรด เราต้องคอยหมุนเพื่อหาสัญญาณ

แต่คุณ Bang กลับคิดว่า..
ทำไมเราไม่สร้าง 1 ปุ่มขึ้นมาเพื่อบันทึกคลื่นที่เราชอบแทนการหมุนที่ยุ่งยาก?

พอเรื่องเป็นแบบนี้ คุณ Bang และคุณ Olufsen จึงสนใจเรื่องการออกแบบ และเริ่มนำการออกแบบสินค้าที่สร้างประสบการณ์ที่แตกต่างมาประยุกต์ใช้กับสินค้าอิเล็กทรอนิกส์

ไม่น่าเชื่อว่า ความคิดที่แตกต่างโดยนำความยุ่งยากในชีวิตเป็น โจทย์ ผสมกับเทคโนโลยีที่ตัวเองสนใจ สามารถสร้างเอกลักษณ์ให้ B&O ไปโดยปริยาย

สิ่งเหล่านี้ ส่งผลให้สินค้าของ B&O เริ่มมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และดูล้ำสมัยกว่าสินค้าทั่วไปในท้องตลาด เพราะการเลือกใช้วัสดุที่ไม่เหมือนใคร และการออกแบบอย่างพิถีพิถัน

แม้ว่าเส้นทางของ B&O จะดูราบรื่น และไปได้ดี
แต่โรงงานของเขาถูกเผาจนไม่เหลืออะไรเลยระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยทหารเยอรมัน..

แต่เรื่องนี้ไม่เคยทำให้ B&O ล้มเลิกความตั้งใจ

คุณ Bang และคุณ Olufsen สร้างโรงงานขึ้นอีกครั้งในวัยเกือบ 50 ปีและส่งไม้ต่อธุรกิจเครื่องเสียงให้กับรุ่นถัดไป..

ต่อมา B&O ปรับกลยุทธ์การตลาดอีกครั้งโดยเริ่มสร้างหน้าร้าน แทนที่จะส่งให้ตัวแทนจำหน่ายเป็นหลัก เพื่อที่จะติดต่อ และให้ความช่วยเหลือลูกค้าได้โดยตรง

นอกจากนี้ B&O เริ่มจับมือกับแบรนด์ชั้นนำอย่าง HP หรือแม้แต่ Lamborghini เพื่อพัฒนาระบบเสียงร่วมกัน

จนในที่สุด บริษัท Bang & Olufsen ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศเดนมาร์ก

ต่อมาในปี 2008 ทั่วโลกเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ B&O ก็ได้รับผลกระทบไปด้วย..

เรื่องนี้ส่งผลให้ยอดขายของ B&O ตกลงอย่างหนักกว่า 38% ระหว่างปี 2008 ถึง 2009 ส่งผลให้หุ้น B&O ตกจาก 52 ดอลลาร์สหรัฐ เหลือเพียง 8.50 ดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังยึดถือแนวทางเดิม คือการสร้างศิลปะที่ไม่เหมือนใคร ลงบนสินค้าที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้บริษัทพลิกกลับมาทำกำไรได้ในระยะเวลาเพียง 2 ปี

ปัจจุบันบริษัท Bang & Olufsen ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Luxury Lifestyle มีกลุ่มลูกค้าระดับบนเป็นหลัก และเริ่มขยายตลาดสู่ประเทศในแถบเอเชียโดยมีสัดส่วนยอดขายจากทวีปยุโรป 46.7% จีน 18.4% สหรัฐอเมริกา 13.3%

ปี 2015 รายได้ 13,402 ล้านบาท
ปี 2016 รายได้ 15,036 ล้านบาท
ปี 2017 รายได้ 16,721 ล้านบาท

และปัจจุบัน Bang & Olufsen A/S มีมูลค่าตลาดสูงถึง 32,118 ล้านบาท..

เรื่องนี้บอกอะไรเรา?

ย้อนกลับไปเมื่อ 93 ปีก่อน..

หลายคนคงหมุนวิทยุหาคลื่นโปรดที่ตนเองชื่นชอบ
แต่คุณ Bang คิดว่า..
เราสามารถทำให้มันง่ายกว่านั้นได้โดยการสร้างปุ่มขึ้นมา

จากปุ่มวิทยุ ถูกต่อยอดตามกาลเวลารวมไปถึงการฝ่าฟันวิกฤติหลายครั้ง
ทำให้ B&O ยังอยู่จนถึงทุกวันนี้..

จริงๆ แล้ว หัวใจหลักของแบรนด์อาจไม่ใช่เพียงรูปลักษณ์ที่แตกต่าง แต่เป็นคุณภาพของสินค้าที่ทำให้คนเชื่อมั่นได้เสมอ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน..
----------------------
หากชอบเรื่องนี้ ติดตามเรื่องน่ารู้อื่นๆ ได้ที่แอปพลิเคชัน "blockdit" โหลดได้ที่ blockdit.com
ความคิดดีๆ เกิดขึ้นที่บล็อกดิต..
หนังสือลงทุนแมนไว้อ่านยามว่าง เล่ม 1.0-6.0 ซื้อได้ที่ลิงก์นี้ lazada.co.th/shop/longtunman
อินสตาแกรม ไว้ดูภาพสวยๆ instagram.com/longtunman
ทวิตเตอร์กระชับฉับไว twitter.com/longtunman
ไลน์ส่งข้อความตรงวันละครั้ง line.me/R/ti/p/%40longtunman
----------------------

References
-https://www.beoworld.org/article_view.asp?id=30
-http://fabrikbrands.com/distinctively-danish-brands-bang-and-olufsen-story/
-https://www.theverge.com/2017/5/12/15622288/bang-and-olufsen-museum-tour-photos-struer-denmark
-https://www.bang-olufsen.com/en/collection
-https://www.bang-olufsen.com/en/stories/the-friendly-battle
-https://www.bloomberg.com/quote/BO:DC
[10546].

07/09/2018
01/09/2018
01/09/2018

หลังจากเมื่อต้นปี Facebook ประกาศปรับ Algorithm ครั้งใหญ่ ทำให้ลดจำนวนคนเข้าถึง (Reach) เพจลดลงเรื่อยๆ…

อะไรคือ silent salesman !!!เคยสงสัยกันรึป่าวคะ ว่าทุกครั้งที่เราซื้อของเป็นเพราะว่ามันจำเป็นหรือเป็นเพราะเเค่เราอยากซื้อ...
29/08/2018

อะไรคือ silent salesman !!!
เคยสงสัยกันรึป่าวคะ ว่าทุกครั้งที่เราซื้อของเป็นเพราะว่ามันจำเป็นหรือเป็นเพราะเเค่เราอยากซื้อ เราใช้เหตุผล (Rational) หรืออารมณ์ (Emotional) มากกว่ากัน เเล้วอะไรกันล่ะที่เป็นปัจจัยสำคัญให้เราใช้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลในการซื้อสินค้า วันนี้ +พีสแควร์เลดี้+ จะพาทุกท่านมารู้จักกับ Silent Salesman ที่มีผลต่อ Decision Making ของเรากันค่ะ
เจ้าพนักงานขายไร้เสียง หรือ Silent Salesman ที่ว่าก็คือ “บรรจุภัณฑ์” นั่นเอง เเละสาเหตุที่หีบห่อสินค้าเปรียบเสมือนเป็นพนักงานขายไร้เสียงก็เพราะว่านอกจากมันจะทำหน้าที่ในการเก็บรักษาเเละบรรจุสินค้าเเล้ว บรรจุภัณฑ์ยังมีบทบาทในการสื่อสารทางการตลาดอีกด้วย หรือเรียกง่ายๆว่าเป็น Tool of the Trade นั่นเอง
บรรจุภัณฑ์ทำหน้าที่สำคัญในการทำให้เกิด Consumer Appeal คือ การดึงดูดใจลูกค้า ให้เลือกสินค้าของเเบรนด์เเทนที่จะเลือกของคู่เเข่ง ทำให้เกิดอารมณ์เเละความรู้สึกมากกว่าเหตุผล อีกทั้งยังทำหน้าที่ Remind ผู้บริโภคให้จดจำสินค้าของเเบรนด์ได้อีกด้วย ซึ่งหากแบรนด์สามารถสร้างสรรค์บรรจุภัณฑ์ให้สะดุดตาผู้บริโภค และสามารถ Utilize บรรจุภัณฑ์ของเเบรนด์ เเบรนด์ก็จะสามารถใช้ Silent Salesman เป็นหนึ่งในเครื่องมือการสื่อสารการตลาดได้เป็นอย่างดี ซึ่งถือเป็นหนึ่งวิธีการสร้าง “มูลค่าเพิ่ม” ให้กับสินค้าของเเบรนด์
พบกับเรื่องราวที่น่าสนใจอื่นๆได้อีกมากมายที่เพจ : P Square PR💚

Persona คืออะไร สำคัญไฉน ทำไมต้องรู้!ในยุคปัจจุบันการเเบ่งส่วนเเบ่งทางการตลาด (Segmentation) แบบการเลือกกลุ่มเป้าหมายเพี...
27/08/2018

Persona คืออะไร สำคัญไฉน ทำไมต้องรู้!
ในยุคปัจจุบันการเเบ่งส่วนเเบ่งทางการตลาด (Segmentation) แบบการเลือกกลุ่มเป้าหมายเพียงการดูจากข้อมูลทางประชากรศาสตร์ (Demographic), ภูมิศาสตร์ (Geographic), จิตวิทยา (Psychological) เเละพฤติกรรม (Behavioral) อาจไม่เพียงพออีกต่อไป ปัจจุบันนักการตลาดอาศัยการมองผู้บริโภคเป็นตัวบุคคล ที่มีชีวิตจิตใจ มองเห็นถึงปัญหาเเละเป้าหมายในการดำเนินชีวิตของผู้บริโภค เพื่อให้เข้าใจถึง Insight ของผู้บริโภคมากขึ้น ผ่านการทำ Persona
เเล้ว Persona คืออะไร ?
Persona คือ การหาคนที่ตรงสเปกกับธุรกิจ เพื่อคิดกลยุทธ์ทางการสื่อสารทางการตลาด โดยหาวิธีการที่จะเข้าถึงผู้บริโภคให้ครอบคลุมในทุกกลุ่ม (Segment) โดยมองหา
- Who = ตัวตนของคนๆนั้น
- What = ผู้บริโภคสนใจอะไร/กำลังมีปัญหาอะไร
- Why = มองหา Insight
- How = จะเข้าถึงผู้บริโภคอย่างไร
ซึ่งจะนำไปสู่ Marketing Message ที่จะส่งออกไป เเต่ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นได้เราต้องเริ่มต้นด้วยการเข้าใจธุรกิจของเราก่อน รู้จักจุดยืน (Positioning) ของตัวเอง เเละ รู้คุณค่าที่ธุรกิจของเราสามารถส่งมอบให้กับกลุ่มเป้าหมาย (Value Propositioning) ว่ามีอะไรบ้าง เพื่อที่จะได้ดูว่า เราสามารถเอา Value ตรงนี้เข้าหากลุ่มเป้าหมายกลุ่มไหนได้บ้าง
อาจค้นหาผ่านการทำ Research / ดึงข้อมูลจากฐานข้อมูลที่มีอยู่มาใช้ ผ่านการตั้งคำถาม เช่น
- ทำไมลูกค้าถึงซื้อสินค้าของคู่เเข่ง / ทำไมลูกค้าถึงซื้อสินค้าของเรา
- อะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าของคุณ
- ลูกค้ากลุ่มหลักที่ซื้อสินค้าเเละบริการของธุรกิจคุณเป็นคนกลุ่มไหน
- ลูกค้ากำลังประสบปัญหาอะไรอยู่ เพื่อที่สินค้าเเละบริการของคุณจะสามารถเข้าไปช่วยเเก้ปัญหาได้
การตั้งคำถามจะทำให้เรามองเห็นจุดขายของตนเองในมุมมองของลูกค้า เเละสามารถนำสิ่งเหล่านี้มาต่อยอดในการทำ Content Strategy รวมไปถึงการเลือกใช้สื่อ/Channels ที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย หรืออาจทำให้รู้ Touch Point ต่างๆของลูกค้า เพื่อเพิ่มช่องทางการซื้อขายให้มากขึ้น อันเป็นผลดีต่อธุรกิจ หาก Touch Point นั้นเป็นจุดที่สินค้าเเละผู้บริโภคมาเจอกันอย่างเเท้จริง
ส่วนประกอบคร่าวๆของ Personna
- ชื่อ
- อาชีพ
- ที่ทำงาน
- บทบาทหน้าที่ / สถานะภาพทางสังคม
- ข้อมูลด้านประชากรศาสตร์ : อายุ / เพศ / เงินเดือน / ที่อยู่ / การศึกษา / ครอบครัว
- เป้าหมาย/สิ่งท้าทาย
- ค่านิยม / ความกลัว
CR : รูปจาก blog.bufferapp.com

23/08/2018

เหล่าครีเอทีฟที่รู้สึกเกลียดการตลาด แต่ชอบสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ประดิษฐ์นวัตกรรมใหม่ๆ เขียน พูด หรือการให....

ไม่รู้ไม่ได้เเล้วค่ะ🔥🔥
23/08/2018

ไม่รู้ไม่ได้เเล้วค่ะ🔥🔥

ต้องอ่าน! เมื่อ Facebook มีการปรับลดยอด Reach ลง เกิดผลกระทบอะไรบ้าง และควรทำอย่างไรเพื่อให้โพสต์ของคุณมียอดการมองเห็นที่มีประสิทธิภาพ
อ่านบทความเพิ่มเติมที่ http://ow.ly/G9XR30lwhH1
ภาพประกอบ: Pichamon W.

Music Marketing เสียงดนตรีที่ช่วยส่งเสริมเเบรนด์🥁👩🏼‍🎤เมื่ออินเตอร์เน็ตเเละโซเชียลเข้ามามีบทบาทสำคัญในการดำเนินชีวิตของผู...
22/08/2018

Music Marketing เสียงดนตรีที่ช่วยส่งเสริมเเบรนด์🥁👩🏼‍🎤
เมื่ออินเตอร์เน็ตเเละโซเชียลเข้ามามีบทบาทสำคัญในการดำเนินชีวิตของผู้บริโภค วงการบันเทิงก็ถือเป็นธุรกิจหนึ่งที่ต้องมีการปรับตัวเพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภค เเต่วันนี้เราจะมาพูดถึงตลาดเพลง ทุกวันนี้ผู้บริโภคซื้อซีดีเพลง หรือโหลดเพลงถูกลิขสิทธ์น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะเมื่อพวกเขาต้องการที่จะฟังเพลงพวกเขาก็สามารถเข้ายูทูปหรือโหลดมาฟังในเเอปพลิเคชั่นต่างๆ เเละเมื่อรายได้จากการขายซีดีเพลงเเละการโหลดเพลงเเบบถูกลิขสิทธ์ลดลง วงการเพลงจะปรับตัวอย่างไรเพื่อให้ตามทันพฤติกรรมของผู้บริโภคเเละสามารถสร้างผลกำไรได้ในยุค4.0 ?🎵
เสียงเพลงกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในการเป็นเครื่องมือทางการตลาดให้กับเเบรนด์ ซึ่งเรียกว่า Music Marketing และเหตุผลที่เเบรนด์หรือธุรกิจต่างๆหันมาพึ่งการตลาดดนตรี เพราะมันสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น เเละทำให้เเบรนด์สามารถนำเสนอภาพลักษณ์ที่หลากหลายมิติมากขึ้นไปสู่สายตาของผู้บริโภค ดนตรีถือเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลอย่างมากในชีวิตประจำวันของเรา เพราะเสียงดนตรีทำให้เกิดความรู้สึก เเละความรู้สึกทำให้เเบรนด์มีชีวิต จับต้องได้มากขึ้น เเละที่สำคัญคือสามารถอยู่ในระบบความจำของผู้บริโภคได้ยาวนานมากขึ้น ซึ่งการอยู่ในความทรงจำของผู้บริโภคถือเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในยุคที่มีการเเข่งขันสูง เเบรนด์ต่างๆต่างเเย่งชิงกันเพื่อเป็นที่จดจำในใจของผู้บริโภค Music Marketing จึงมีอิทธิพลอย่างมากในชีวิตปัจจุบัน
ตัวอย่างของ Music Marketing ที่เราเห็นได้ในชีวิตประจำวันก็คือ การสร้าง Jingle ในโฆษณาหรือเเม้เเต่การ Tie-In สินค้าให้เข้าไปอยู่ใน MV ก็ถือเป็น Music Marketing จะเห็นได้ว่าการตลาดดนตรีสามารถใกล้ชิดกับผู้บริโภคได้มากเเค่ไหน ดังนั้น Music Marketing ถือเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับเเบรนด์ที่ต้องการสร้างความเเตกต่างเเละเข้าไปอยู่ในความทรงจำของผู้บริโภคเพื่อกระตุ้นให้เกิดการซื้อสินค้าเเละบริการ
พบกับเรื่องราวที่น่าสนใจอื่นๆได้อีกมากมายที่เพจ : P Square PR💚

เป็นศาสตร์ที่น่าสนใจมากเลยค่ะ👍🏼✨
22/08/2018

เป็นศาสตร์ที่น่าสนใจมากเลยค่ะ👍🏼✨

ที่อยู่

496-502, 5 Flr. , Amarin Plaza, Ploenchit Rd. , Pathumwan, Lumpinee
Bangkok
10330

เบอร์โทรศัพท์

+66818201000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ P Square PRผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง P Square PR:

แชร์